๓.๒.๓ สถานการณ์ปี ๒๕๕๙
ในปี ๒๕๕๙ (๑ มกราคม ๒๕๕๙ – ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๙) กสม. ได้รบั ค�ำร้องขอให้ตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน
จ�ำนวนทั้งสิ้น ๗๙๒ ค�ำร้อง ซึ่งเมื่อจ�ำแนกค�ำร้องตามประเภทของสิทธิที่เกี่ยวข้องแล้ว พบว่า มีค�ำร้องที่ผู้ร้องอ้างว่าถูกละเมิด
สิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุตธิ รรม ๒๐๕ ค�ำร้อง คิดเป็นร้อยละ ๒๕.๘๘ ของเรือ่ งร้องเรียนทัง้ หมด๗๐ เมือ่ เทียบกับปี ๒๕๕๘
ซึง่ มีจำ� นวน ๑๕๐ ค�ำร้อง จาก ๕๘๐ ค�ำร้อง คิดเป็นร้อยละ ๒๕.๗๗๗๑ จะเห็นได้วา่ จ�ำนวนเรือ่ งร้องเรียนด้านสิทธิในกระบวนการ
ยุตธิ รรมในปี ๒๕๕๙ มีจำ� นวนมากขึน้ กว่าในปี ๒๕๕๘ แต่หากเทียบเป็นร้อยละของเรือ่ งร้องเรียนทัง้ หมดมีความใกล้เคียงกันมาก
โดยสิ ท ธิ ใ นกระบวนการยุ ติ ธ รรมที่ มี ก ารร้ อ งเรี ย นโดยกล่ า วอ้ า งว่ า มี ก ารละเมิ ด สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนโดยเจ้ า หน้ า ที่ ข องรั ฐ
ในกระบวนการยุติธรรม ได้แก่ สิทธิของผู้เสียหาย สิทธิของผู้ต้องหา สิทธิของผู้ต้องขัง สิทธิในกระบวนการยุติธรรม
รัฐได้มกี ารตรากฎหมายและปรับแก้กฎหมายเพือ่ ให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุตธิ รรมลดปัญหาความเหลือ่ มล�ำ้
ในกระบวนการยุตธิ รรม และคุม้ ครองสิทธิของประชาชน อาทิ การปรับแก้พระราชบัญญัตคิ า่ ตอบแทนผูเ้ สียหาย และค่าทดแทน
และค่าใช้จา่ ยแก่จำ� เลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔๗๒ โดยก�ำหนดให้พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผูม้ หี น้าทีป่ ล่อยตัวจ�ำเลย
มีหน้าที่แจ้งสิทธิแก่ผู้เสียหายหรือจ�ำเลย และก�ำหนดอ�ำนาจให้คณะอนุกรรมการสามารถพิจารณาค�ำขออนุมัติค่าตอบแทน
ค่าทดแทน หรือค่าใช้จา่ ยตามพระราชบัญญัตฉิ บับนีไ้ ด้ การออกระเบียบคณะกรรมการกองทุนยุตธิ รรม โดยอาศัยอ�ำนาจตาม
พระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึ่งก�ำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือเรื่องการขอปล่อยชั่วคราว
การเยียวยากรณีละเมิดสิทธิมนุษยชน การปรับแก้ประมวลกฎหมายอาญา๗๓ เรือ่ งการบังคับโทษปรับและการรอการลงโทษปรับ
ให้สามารถรอการลงโทษปรับได้ รวมทัง้ ก�ำหนดให้ศาลอาจพิพากษาให้รอการก�ำหนดโทษหรือรอการลงโทษแก่ผกู้ ระท�ำความผิด
ที่เคยรับโทษจ�ำคุกมาก่อนแต่พ้นโทษจ�ำคุกมาแล้วเกินกว่า ๕ ปี แล้วมากระท�ำความผิดอีก โดยความผิดครั้งหลังเป็นความผิด
ที่ได้กระท�ำประมาทหรือลหุโทษ อีกทั้งศาลสามารถสั่งรอการลงโทษปรับได้อีกด้วย นอกจากนี้ ได้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติ
ราชทัณฑ์ พุทธศักราช ๒๔๗๙ เพื่อให้มีความสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
ส�ำหรับกรณีการด�ำเนินกระบวนการยุตธิ รรม ตามประกาศ คสช. ฉบับที่ ๓๗/๒๕๕๗ เรือ่ ง ความผิดทีอ่ ยูใ่ นอ�ำนาจ
พิจารณาพิพากษาคดีของศาลทหาร ฉบับที่ ๓๘/๒๕๕๗ เรือ่ ง คดีทปี่ ระกอบด้วยการกระท�ำหลายอย่างเกีย่ วโยงกันให้อยูใ่ นอ�ำนาจ
ศาลทหาร และฉบับที่ ๕๐/๒๕๕๗ เรือ่ ง ให้ศาลทหารมีอำ� นาจพิจารณาพิพากษาคดีอาวุธปืน เครือ่ งกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด
ทีใ่ ช้เฉพาะแต่การสงคราม ซึง่ ส่งผลให้พลเรือนต้องอยูใ่ นอ�ำนาจการพิจารณาของศาลทหาร ต่อมา วันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๕๙
ได้มคี ำ� สัง่ หัวหน้า คสช. ที่ ๕๕/๒๕๕๙ เรือ่ ง การด�ำเนินการเกีย่ วกับคดีบางประเภททีอ่ ยูใ่ นอ�ำนาจศาลทหาร โดยอาศัยอํานาจ
ตามความในมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชัว่ คราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ ได้กำ� หนดให้บรรดาการกระทาํ
ความผิดตามประกาศ คสช. ฉบับที่ ๓๗/๒๕๕๗ ๓๘/๒๕๕๗ และ ๕๐/๒๕๕๗ ซึ่งได้กระทําตั้งแต่วันที่คําสั่งนี้ใช้บังคับ
ให้อยูใ่ นอํานาจการพิจารณาพิพากษาของศาลยุตธิ รรมส่งผลให้พลเรือนทีก่ ระท�ำความผิดดังกล่าว นับแต่วนั ที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๕๙
อยูใ่ นอ�ำนาจการพิจารณาของศาลยุตธิ รรม
สถานการณ์การควบคุมตัวบุคคล พบว่า เมือ่ วันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๙ นายสิรวิชญ์ เสรีธวิ ฒ
ั น์ หรือ “จ่านิว” แกนน�ำ
กลุม่ ประชาธิปไตยศึกษา ได้ถกู บุคคลแต่งกายคล้ายทหาร จ�ำนวน ๘ นาย พร้อมรถกระบะ ๒ คัน ปิดบังแผ่นป้ายทะเบียนและ
สังกัดเข้าคุมตัวนายสิรวิชญ์ฯ จากด้านหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รงั สิต (ฝัง่ ประตูเชียงราก) ไปเมือ่ เวลา ๒๒.๓๐ น.๗๔
เมือ่ วันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๕๙ เวลา ๐๓.๐๐ น. เจ้าหน้าทีท่ หารสังกัด ร.๒ พัน ๒ รอ. ได้ควบคุมนายสิรวิชญ์ฯ ไปส่งเจ้าหน้าที่
ต�ำรวจสถานีตำ� รวจนิมติ รใหม่ ตามภูมลิ ำ� เนาของผูต้ อ้ งหา ซึง่ พ.ต.ท.สุจนิ ต์ สมศรี รอง ผกก.ป. สถานีตำ� รวจนิมติ รใหม่ กล่าวว่า
จาก ระบบสารสนเทศเพื่อการรวบรวมและบริการสารสนเทศด้านสิทธิมนุษยชน: ฐานข้อมูลเรื่องร้องเรียน, งานเดิม.
แหล่งเดิม.
๗๒
พระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จ�ำเลยในคดีอาญา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙
๗๓
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๕) พ.ศ. ๒๕๕๙
๗๔
จาก คสช.ยัน ไม่ทราบเรือ่ ง ‘จ่านิว’ถูกจับ ยัน หากเป็นทหารจริงจะท�ำตามขัน้ ตอน, โดย มติชนออนไลน์, ๒๕๕๙, สืบค้นจากhttp://www.matichon.co.th/news/7994
๗๐
๗๑
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
80
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๕๙