เยาวชนรวมกับผู้ใหญ่ มีการจัดตั้งกลไกการส่งผู้ร้ายข้ามแดนหรือการส่งกลับคนต่างด้าว โดยเคารพต่อหลักการไม่ส่งตัวกลับ (Non – Refoulement) มีมาตรการป้องกันและคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงความเห็น โดยเฉพาะการคุ้มครองนักข่าว นักหนังสือพิมพ์จากการถูกข่มขู่ คุกคาม มีมาตรการคุม้ ครองผูพ้ ทิ กั ษ์สทิ ธิมนุษยชนจากการถูกคุกคาม ท�ำร้าย มีการสอบสวน เมื่อมีการกล่าวหาว่าบุคคลดังกล่าวถูกคุกคาม ท�ำร้ายโดยเจ้าหน้าที่รัฐและมีการเยียวยาผู้เสียหายหรือครอบครัว ตลอดจน มีมาตรการน�ำผู้กระท�ำผิดค้ามนุษย์มาลงโทษและคุ้มครองพยานและผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ สถานการณ์ด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ในช่วงระยะเวลาตัง้ แต่เมือ่ วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มนี โยบายในการ บริหารราชการแผ่นดินด้านกฎหมายและกระบวนการยุตธิ รรมคือ ให้กระบวนการยุตธิ รรม/กฎหมายปกติสามารถด�ำเนินการได้ โดยได้รบั ความเชือ่ ถือจากทัง้ ภายในประเทศและต่างประเทศ ไม่ใช้กฎหมายเป็นเครือ่ งมือในการสร้างความขัดแย้งซึง่ กันและกัน ปรับปรุงแก้ไขส่วนงานต่าง ๆ ของกระบวนการยุติธรรมให้เข้มแข็ง เที่ยงตรง เป็นธรรมและตรวจสอบได้ เป็นต้น๕๗ โดยได้ มีการประกาศ คสช. ฉบับที่ ๖๓/๒๕๕๗ เรื่อง นโยบายเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมของรัฐ ดังนี้ คสช. มีนโยบายเกี่ยวกับ กระบวนการยุติธรรมของรัฐว่าประชาชนต้องได้รับความเป็นธรรมภายใต้บทบัญญัติแห่งกฎหมายอย่างทั่วถึง โดยเสมอภาค และเท่าเทียมกันในกระบวนการยุติธรรม องค์กรหรือหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นศาล คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ องค์กรอิสระอื่น ๆ อัยการ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ กรมสอบสวน คดีพิเศษ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ รวมทั้งหน่วยงานอื่นของรัฐที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการ ยุติธรรม ขอให้ยึดมั่นในการปฏิบัติงานด้วยความเที่ยงธรรม และมีบรรทัดฐานที่ชัดเจนในการดําเนินคดีตามประเภทคดี ทีอ่ ยูใ่ นอํานาจหน้าที่ ซึง่ สาธารณชนสามารถตรวจสอบได้ ตลอดจนหลีกเลีย่ งการดาํ เนินการใด ๆ ทีอ่ าจมีผลทาํ ให้เกิดความเข้าใจผิด แก่สาธารณชนในการบังคับใช้กฎหมาย อันจะนําไปสู่ความขัดแย้งและความแตกแยกในสังคม ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลัก นิติธรรมและไม่มีการเลือกปฏิบัติ๕๘ นอกจากนี้ ยังได้มีประกาศที่มีผลเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมอย่างมีนัยส�ำคัญ คือ ประกาศ คสช. ฉบับที่ ๓๗/๒๕๕๗ เรื่อง ความผิดที่อยู่ในอ�ำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลทหาร ฉบับที่ ๓๘/๒๕๕๗ เรือ่ ง คดีทปี่ ระกอบด้วยการกระท�ำหลายอย่างเกีย่ วโยงกันให้อยูใ่ นอ�ำนาจศาลทหาร และฉบับที่ ๕๐/๒๕๕๗ เรือ่ ง ให้ศาลทหาร มีอ�ำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด ที่ใช้เฉพาะแต่การสงคราม ซึ่งส่งผลให้พลเรือนต้อง อยู่ในอ�ำนาจการพิจารณาของศาลทหารในการกระท�ำความผิดดังต่อไปนี้ (๑) ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้ส�ำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๐๗ ถึงมาตรา ๑๑๒ (๒) ความผิดต่อ ความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๓ ถึงมาตรา ๑๑๘ ยกเว้นความผิด ซึง่ การกระท�ำผิดเกิดขึน้ ในเขตพืน้ ทีท่ มี่ กี ารประกาศใช้พระราชบัญญัติ การรักษาความมัน่ คงภายในราชอาณาจักร พุทธศักราช ๒๕๕๑ หรือพระราชก�ำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉกุ เฉิน พุทธศักราช ๒๕๔๘ (๓) ความผิดตามประกาศหรือค�ำสัง่ คสช. (๔) บรรดาความผิดที่อยู่ในอ�ำนาจศาลทหารพิจารณาพิพากษาตามค�ำสั่งของ คสช. ฉบับที่ ๓๗/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๗ และค�ำสั่งของ คสช. ฉบับอื่น ถ้าคดีใดประกอบด้วยการกระท�ำหลายอย่างเกี่ยวโยงกัน แม้แต่ละอย่าง บทที่ จะเป็ น ความผิ ด ได้ ใ นตั ว เองและไม่ อ ยู ่ ใ น��� ำ นาจศาลทหารก็ ใ ห้ อ ยู ่ ใ นอ� ำ นาจศาลทหารที่ จ ะพิ จ ารณาพิ พ ากษาด้ ว ย ๓ และ (๕) คดีที่มีข้อหาว่ากระท�ำความผิดฐานมีหรือใช้อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่ใช้เฉพาะแต่การ สงครามที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิง่ เทียมอาวุธปืน พุทธศักราช ๒๔๙๐ ไม่วา่ จะมีขอ้ หาว่ากระทําผิดอย่างอืน่ ด้วยหรือไม่ ทีก่ ระทาํ ตั้งแต่วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๖.๓๐ นาฬิกา เป็นต้นไป ให้เป็นคดีอยู่ในอํานาจศาลทหารที่จะพิจารณาพิพากษา ยกเว้นความผิดซึง่ การกระทําเกิดขึน้ ในเขตพืน้ ทีท่ มี่ กี ารประกาศใช้พระราชบัญญัตกิ ารรักษาความมัน่ คงภายในราชอาณาจักร พุทธศักราช ๒๕๕๑ และพระราชกาํ หนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉกุ เฉิน พุทธศักราช ๒๕๔๘ อีกทัง้ คสช. ได้ประกาศ ใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๘ ส่งผลให้การพิจารณาของ ศาลทหารในช่วงระยะเวลาดังกล่าวเป็นศาลทหารในเวลาไม่ปกติ จึงไม่สามารถที่จะอุทธรณ์หรือฎีกาค�ำพิพากษาได้ ๕๗ ๕๘ จาก เจตนารมณ์/นโยบาย หน.คสช. สืบค้นเมื่อ ๒๕๖๐ จาก http://library2.parliament.go.th/giventake/content_ncpo/ncpo-policy.pdf ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๖๓/๒๕๕๗ รายงานผลการประเมินสถานการณ์ 75 ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๕๙

Select target paragraph3