สิทธิในความเป็นส่วนตัวและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศมีความเปลี่ยนแปลง และก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้การติดต่อสื่อสารและ การเผยแพร่ข้อมูลต่าง ๆ สามารถด�ำเนินการได้อย่างสะดวก รวดเร็ว รวมทั้งอาจก่อให้เกิดผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน ได้เช่นเดียวกัน อาทิ การน�ำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ประมวลผล หรือเปิดเผย หรือการน�ำข้อมูลข่าวสารไปใช้ประโยชน์ในทาง พาณิชย์ โดยปราศจากการได้รบั อนุญาตจากผูเ้ ป็นเจ้าของข้อมูล ซึ่งท�ำให้บุคคลเจ้าของข้อมูลได้รับความเสียหายและได้รับ ผลกระทบทั้ ง ต่ อ ชื่ อ เสี ย ง ความเป็ น ส่ ว นตั ว ทรั พ ย์ สิ น สิทธิและเสรีภาพส่วนบุคคล รวมถึงร่างกายและชีวิต ในขณะที่รัฐบาลได้พยายามยกร่างกฎหมายทั่วไปที่ให้การคุ้มครองสิทธิ ในความเป็นส่วนตัวและข้อมูลส่วนบุคคล แต่ กสม. ยังมีข้อห่วงกังวลว่า • บทบัญญัตบิ างมาตราของกฎหมายดังกล่าว ยังไม่สามารถคุม้ ครองข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างเหมาะสม ในขณะที่ กระบวนการจัดท�ำกฎหมายยังคงล่าช้า ตลอดจนขาดการรับรู้และการมีส่วนร่วมอย่างเหมาะสมของภาคส่วนต่าง ๆ • การเสนอร่างกฎหมายเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระท�ำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และมีบทบัญญัตบิ างประการก�ำหนดให้รฐั มีอำ� นาจในการเข้าถึงหรือระงับข้อมูลการติดต่อสือ่ สารของประชาชน โดยไม่มีเงื่อนไขการด�ำเนินการที่ชัดเจน จนท�ำให้เกิดความกังวลว่าอาจจะส่งผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชน เกินความจ�ำเป็น ดังนั้น การคุ้มครองสิทธิในความเป็นส่วนตัวและข้อมูลส่วนบุคคลในประเทศไทยยังขาดความสมดุล และขาด ความสอดคล้องต่อหลักการของ ICCPR และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กสม. จึงเสนอให้รัฐด�ำเนินการพัฒนาความรู้ ความเข้าใจต่อผู้ด�ำเนินการที่เกี่ยวข้องกับสิทธิในความเป็นส่วนตัวและข้อมูลส่วนบุคคลทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจเอกชน ตลอดจนการพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ การสร้างจิตส�ำนึกและความตระหนักในสิทธิในความเป็นส่วนตัวของบุคคล เพื่อให้ ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการติดต่อสื่อสารและการบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. .... ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุม แม้ รั ฐ ธรรมนู ญ แห่ ง ราชอาณาจั ก รไทย (ฉบั บ ชั่ ว คราว) พุ ท ธศั ก ราช ๒๕๕๗ จะรั บ รองและคุ ้ ม ครองสิ ท ธิ เ สรี ภ าพและความ เสมอภาค แต่ยังคงพบว่า สิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ยังคงถูกจ�ำกัด ตรวจสอบและควบคุมอย่างเข้มงวด ผ่านการบังคับใช้กฎหมาย หลายฉบับที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการแสดงความเห็นในด้านการเมือง การปกครอง ตลอดจนการชุมนุมสาธารณะ แม้จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ นโยบายสาธารณะหรือโครงการของรัฐและเอกชนที่มีผลกระทบต่อประชาชนและชุมชน โดย กสม. พบว่า รัฐใช้กฎหมาย ในการก�ำกับ ควบคุมการใช้เสรีภาพในการแสดงความเห็นหลัก ๆ ได้แก่ • ประมวลกฎหมายอาญา พระราชบัญญัติกา���ชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. ๒๕๕๘ พระราชบัญญัติว่าด้วยการ กระท�ำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ • ค�ำสั่ง คสช. ที่ ๓/๒๕๕๙ เรื่อง มอบอ�ำนาจการอนุมัติและลงนามค�ำสั่งแต่งตั้งเจ้าพนักงานป้องกันและ ปราบปรามและผูช้ ว่ ยเจ้าพนักงานป้องกันและปราบปราม ตามค�ำสัง่ หัวหน้า คสช. ที่ ๑๓/๒๕๕๙ เรือ่ ง การป้องกันและปราบปราม การกระท�ำความผิดบางประการทีเ่ ป็นภยันตรายต่อความสงบเรียบร้อยหรือบ่อนท�ำลายระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ซึ่งเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลพินิจได้อย่างกว้างขวาง และมีผลให้เกิดการปฏิบัติที่แตกต่างกัน รายงานผลการประเมินสถานการณ์ 50 ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๕๙

Select target paragraph3