โดยส่วนหนึ่งมีข้อร้องเรียนว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว อีกทั้งยังพบข้อท้าทายอันเนื่องมาจาก การตีความทางกฎหมายเกี่ยวกับการก�ำหนดฐานความผิดเกี่ยวกับการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหายไว้ ซึ่งส่งผลต่อ ประสิทธิภาพของกระบวนการสืบสวนสอบสวน และการติดตามหาบุคคลที่หายสาบสูญโดยถูกบังคับ อาทิ • ค�ำพิพากษาคดีของนายสมชาย นีละไพจิตร ในปี ๒๕๕๙ ซึ่งศาลวางหลักกฎหมายเกี่ยวกับผู้มีอ�ำนาจจัดการ แทนผูเ้ สียหายตามประมวลกฎหมายวิธพี จิ ารณาความอาญา มาตรา ๕ (๒) หากเป็นกรณีทบี่ คุ คลถูกบังคับให้สญ ู หาย โดยไม่ทราบ ชะตากรรมว่ายังมีชวี ติ อยูห่ รือไม่ ผูบ้ พุ การี ผูส้ บื สันดาน สามีหรือภริยาจะไม่สามารถเป็นโจทก์ฟอ้ งคดีทเี่ กิดจากบุคคลถูกบังคับ ให้สญู หายได้ • ประมวลกฎหมายวิธพี จิ ารณาความอาญา มาตรา ๒๒๖/๑ ได้มขี อ้ ยกเว้นให้รบั ฟังพยานหลักฐานทีเ่ กิดขึน้ โดยชอบ แต่ได้มาเนือ่ งจากการกระท�ำโดยมิชอบหรือเป็นพยานหลักฐานทีไ่ ด้มาโดยอาศัยข้อมูลทีเ่ กิดขึน้ หรือได้มาโดยมิชอบได้ หากเป็น ประโยชน์ตอ่ การอ�ำนวยความยุตธิ รรมมากกว่าผลเสียอันเกิดจากผลกระทบต่อมาตรฐานของระบบงานยุตธิ รรมทางอาญาหรือ สิทธิเสรีภาพของประชาชน สิทธิในกระบวนการยุติธรรม ที่ผ่านมา กสม. ได้รับเรื่องเรียนเกี่ยวกับการละเมิด สิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุตธิ รรมมาโดยตลอด และมีจำ� นวนเรือ่ ง ร้องเรียนมากกว่าสิทธิดา้ นอืน่ ๆ ซึง่ ในปี ๒๕๕๙ ก็เช่นกัน แม้วา่ รัฐ ได้มคี วามพยายามทีจ่ ะด�ำเนินการตามบทบัญญัตใิ นรัฐธรรมนูญที่ ได้ประกันสิทธิในกระบวนการยุตธิ รรมไว้ ตลอดจนกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องแล้ว โดยพยายามท�ำให้ประชาชนสามารถเข้าถึง กระบวนการยุติธรรมได้อย่างเท่าเทียมกัน อาทิ • การตรากฎหมายและปรับแก้ไขพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จ�ำเลย ในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ ระเบียบคณะกรรมการกองทุนยุติธรรม โดยอาศัยอ�ำนาจตามพระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๕๘ ประมวลกฎหมายอาญา และพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๔๗๙ • การก�ำหนดมาตรการที่ชัดเจนในการเคารพ คุ้มครองสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของผู้ต้องหา จ�ำเลย และ ผู้ต้องขัง อาทิ การไม่น�ำตัวผู้ต้องหาออกมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน การใช้เครื่องมือการตรวจสอบร่างกาย (body scanner) ส�ำหรับการตรวจค้นตัวผู้ต้องขังหญิง และค�ำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ ๕๕/๒๕๕๙ ให้พลเรือนที่ กระท�ำความผิดดังกล่าวนับแต่วันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๕๙ อยู่ในอ�ำนาจการพิจารณาของศาลยุติธรรมโดยทั่วไป ภาพรวมสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๙ ลักษณะดังกล่าวท�ำให้เกิดช่องว่างทางกฎหมาย และวิธกี ารปฏิบตั ิ เปิดช่องให้มกี ารละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยเจ้าหน้าที่ ของรัฐด้วยการกระท�ำทรมานอันขัดต่อกติกา ICCPR ข้อ ๗ ทีร่ บั รองว่าบุคคลจะถูกทรมานหรือได้รบั การปฏิบตั หิ รือการลงโทษ ที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรมไม่ได้ ทัง้ นี้ สถานการณ์ความเหลือ่ มล�ำ้ ทางเศรษฐกิจและสังคมดังกล่าว ยังส่งผลให้บคุ คลเข้าถึงสิทธิในกระบวนการยุตธิ รรม ่ ได้แตกต่างกัน นอกจากนี้ ยังพบว่า กฎหมายหรือค�ำสั่งที่ให้อ�ำนาจและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐในบางลักษณะ บทที ๒ ซึง่ ส่งผลกระทบต่อสิทธิของผูต้ อ้ งหา จ�ำเลย และผูต้ อ้ งขัง เช่น ค�ำสัง่ คสช. ที่ ๓/๒๕๕๘ ซึง่ ให้อำ� นาจเจ้าพนักงานรักษาความสงบ เรียบร้อยมีอ�ำนาจเรียกตัวบุคคลเพื่อมาสอบถามข้อมูลหรือให้ถ้อยค�ำที่เป็นประโยชน์ และมีอ�ำนาจควบคุมตัวได้ไม่เกิน เจ็ดวัน ในทางปฏิบตั พิ บว่า มีการควบคุมตัวตามค�ำสัง่ ดังกล่าวอย่างต่อเนือ่ ง ซึง่ ท�ำให้เกิดผลกระทบหรือความเสีย่ งต่อการละเมิด สิทธิมนุษยชน รวมถึงการใช้เครือ่ งพันธนาการในลักษณะทัว่ ไปทีไ่ ม่ปกปิดมิดชิด ซึง่ ท�ำให้ผตู้ อ้ งหาหรือจ�ำเลยรูส้ กึ ว่าถูกประจาน เป็นต้น รายงานผลการประเมินสถานการณ์ 49 ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๕๙

Select target paragraph3