คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้ประมวลข้อมูลสถานการณ์สทิ ธิมนุษยชนในประเทศไทยทีเ่ กิดขึน้ ในปี ๒๕๕๙
ทัง้ จากบันทึกข้อเท็จจริง เหตุการณ์ รายงานการติดตามตรวจสอบกรณีรอ้ งเรียน สถิตขิ อ้ มูลของหน่วยงาน/องค์กรวิชาชีพทีเ่ กีย่ วข้อง
ตลอดจนรายงานสถานการณ์ทจี่ ดั ท�ำโดยกลุม่ องค์กรทีป่ ฏิบตั งิ านด้านส่งเสริมและคุม้ ครองสิทธิมนุษยชนหลาย ๆ แห่ง โดยพิจารณาควบคูก่ บั
การด�ำเนินการของรัฐบาล ทัง้ ในด้านนโยบาย การพัฒนา การปฏิรปู สังคมและการเมืองของประเทศไทย ซึง่ พบว่า รัฐบาลมีความมุง่ มัน่ ตัง้ ใจ
ในการแก้ไขปัญหาทีย่ งุ่ ยากและซับซ้อน ทีผ
่ า่ นมา มีผลการด�ำเนินงานในหลายด้านทีเ่ ห็นความก้าวหน้าของสถานการณ์ดา้ นสิทธิมนุษยชน
แต่อย่างไรก็ตาม ยังพบข้อเท็จจริงทีส่ ะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ปญ
ั หาทีม่ ผี ลกระทบต่อการสถานการณ์ดา้ นสิทธิมนุษยชนในบางด้าน ซึง่ ควร
น�ำเสนอให้รฐั บาลพิจารณาด�ำเนินมาตรการเพือ่ ส่งเสริมและคุม้ ครองสิทธิมนุษยชน โดยการน�ำเสนอจะแบ่งสถานการณ์สทิ ธิมนุษยชนออกเป็น
๔ ส่วนหลัก ๆ ได้แก่
สถานการณ์ดา้ นสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ได้แก่ การทรมานและการบังคับบุคคลให้สญู หาย สิทธิในกระบวนการ
ยุตธิ รรม สิทธิในความเป็นส่วนตัวและการคุม้ ครองข้อมูลส่วนบุคคล และสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุม
สถานการณ์ด้านสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ได้แก่ สิทธิทางการศึกษา สิทธิด้านสุขภาพ และสิทธิ
ในการประกอบอาชีพและการท�ำงาน
สถานการณ์สิทธิมนุษยชนกรณีเฉพาะ ได้แก่ สถานการณ์การค้ามนุษย์ ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน สถานการณ์ใน
จังหวัดชายแดนภาคใต้ และสิทธิชุมชนด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
สถานการณ์สทิ ธิมนุษยชนของกลุม่ เฉพาะ ได้แก่ กลุม่ ชาติพนั ธุ์ คนไร้รฐั และไร้สญั ชาติ กลุม่ คนพิการ กลุม่ เด็ก กลุม่ นัก
ปกป้องสิทธิมนุษยชน กลุม่ บุคคลทีม่ คี วามหลากหลายทางเพศ กลุม่ ผูส้ งู อายุ กลุม่ แรงงานข้ามชาติและผูต้ ดิ ตาม และกลุม่ สตรี
โดยสรุปเนื้อหาในภาพรวมแต่ละสถานการณ์ ดังนี้
๑.
สถานการณ์ด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
สถานการณ์สิทธิมนุษยชนด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง และการต่อต้านการทรมาน การประติบัติหรือ
การลงโทษอืน่ ทีโ่ หดร้ายไร้มนุษยธรรม หรือทีย่ ำ�่ ยีศกั ดิศ์ รี กสม. พิจารณาสารัตถะของสิทธิตามทีบ่ ญ
ั ญัตไิ ว้ในข้อบทตามพันธกรณี
ระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนทีป่ ระเทศไทยเป็นภาคี ได้แก่ กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางพลเมืองและสิทธิทาง
การเมือง (ICCPR) อนุสญ
ั ญาระหว่างประเทศว่าด้วยการต่อต้านการทรมาน และการประติบตั ิ หรือการลงโทษอืน่ ทีโ่ หดร้าย
ไร้มนุษยธรรม หรือทีย่ ำ�่ ยีศกั ดิศ์ รี (CAT) และอนุสญ
ั ญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุม้ ครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญ
โดยถูกบังคับ (CED) ซึง่ แม้วา่ ประเทศไทยยังอยูใ่ นระหว่างกระบวนการให้สตั ยาบันเพือ่ เข้าเป็นภาคี และอนุสญ
ั ญาฯ จะยังไม่มผี ล
ใช้บงั คับกับประเทศไทย แต่รฐั บาลจะต้องไม่กระท�ำการใด ๆ ทีเ่ ป็นการขัดต่อสาระและความมุง่ ประสงค์ (Objects and Purposes)
ของอนุสญ
ั ญาดังกล่าว นอกจากนี้ ยังรวมถึงข้อเสนอแนะด้านสิทธิมนุษยชนทีป่ ระเทศไทยได้รบั มาปฏิบตั ภิ ายใต้กลไก UPR
ทีเ่ กีย่ วกับสิทธิทไี่ ด้รบั รองไว้ในกติกา ICCPR อนุสญ
ั ญา CAT และอนุสญ
ั ญา CED ทัง้ นี้ มีสถานการณ์หลักสรุปได้ ดังนี้
การทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย
ประเทศไทยได้ยกร่างพระราชบัญญัตปิ อ้ งกันและปราบปรามการทรมานและการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ พ.ศ. ....
โดยผนวกหลักการและสาระส�ำคัญของอนุสัญญา CAT และอนุสัญญา CED ไว้ด้วยกัน ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๒๔
พฤษภาคม ๒๕๕๙ เห็นชอบการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา CED และร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและ
การบังคับบุคคลให้สูญหาย พ.ศ. .... ทั้งนี้ กสม. ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยว���ับการทรมานบุคคลและการบังคับบุคคลให้สูญหาย
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
48
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๕๙