ทัง้ ในและนอกระบบการศึกษาให้ได้รบั สัญชาติไทยอย่างถูกต้อง กรณีกระทรวงมหาดไทยมีหนังสือผ่อนปรนให้บคุ คลไร้รฐั ไร้สญั ชาติ
ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้ว สามารถเดินทางออกนอกพื้นที่เขตอ�ำเภอที่ควบคุมได้แต่ให้อยู่ภายในเขตจังหวัดนั้น
ทัง้ นี้ กสม. ยังมีความกังวลต่อสถานการณ์สทิ ธิของกลุม่ ผูเ้ ฒ่าไร้สญ
ั ชาติ (อายุ ๖๐ ปี ขึน้ ไป) ซึง่ มีทงั้ สิน้ ๘๐,๑๑๘ คน
ในขณะที่มีเด็กและเยาวชนไร้รัฐไร้สัญชาติที่อยู่ในสถาบันการศึกษา และไม่มีเอกสารพิสูจน์ตัวบุคคล (เด็กรหัส G) จ�ำนวน
๙๐,๙๖๖ คน และเด็กและเยาวชนที่เติบโตในประเทศไทย (เกิดนอกประเทศไทย) ซึ่งยังประสบปัญหาการพัฒนาสถานะ
บุคคลตามกฎหมายไทย
กลุ่มคนพิการ
การด�ำเนินการเพื่อส่งเสริม คุ้มครองและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการของรัฐมีความก้าวหน้าเป็นอย่างยิ่ง
โดยประเทศไทยได้ ยื่ น ภาคยานุ วั ติ ส ารต่ อ สหประชาชาติ เพื่ อ เข้ า เป็ น ภาคี พิ ธี ส ารเลื อ กรั บ ของอนุ สั ญ ญาว่ า ด้ ว ยสิ ท ธิ
ของคนพิการ (OP - CRPD) โดยประกันสิทธิ เสรีภาพให้แก่คนพิการกรณีถูกละเมิดสิทธิที่ได้รับการรับรองในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิ
ของคนพิการ (CRPD) และกระบวนการเยียวยาภายในประเทศไม่สามารถบรรลุผลได้ ส�ำหรับความก้าวหน้าภายในประเทศรัฐได้แก้ไขปัญหา
ความเหลือ่ มล�ำ้ ในการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ดา้ นสาธารณสุขของคนพิการ โดยมีคำ� สัง่ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๕๘/๒๕๕๙
เรือ่ งการรับบริการสาธารณสุขของคนพิการตามกฎหมายว่าด้วยหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม
นอกจากนี้ ยังก�ำหนดและขับเคลือ่ นนโยบาย แนวทางต่าง ๆ เพือ่ ให้คนพิการได้รบั การพัฒนาคุณภาพชีวติ เข้าถึงสิทธิประโยชน์
และความช่วยเหลือจากรัฐ อาทิ โครงการสานพลังสู่มิติใหม่สร้างงานสร้างอาชีพคนพิการ ๑๐,๐๐๐ อัตรา เพื่อขับเคลื่อน
การจ้างงานคนพิการ ก�ำหนดนโยบาย ปี ๒๕๕๙ ปีแห่งความร่วมมือด้านการจัดการศึกษาส�ำหรับบุคคลที่มีความต้องการ
จ�ำเป็นพิเศษ เพื่อส่งเสริมให้คนพิการเข้าถึงการศึกษาทุกระบบและทุกระดับการศึกษา การขับเคลื่อนแนวทางการสร้าง
อารยสถาปัตย์เพือ่ ให้ทกุ คนในสังคมได้ใช้ประโยชน์รว่ มกัน เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตาม รัฐควรขับเคลือ่ นนโยบาย แนวทางต่าง ๆ
ในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการให้เข้าถึงครอบคลุมทุกพื้นที่โดยเฉพาะพื้นที่ชนบทหรือพื้นที่ห่างไกล และควรปฏิบัติการ
เชิงรุกในการสร้างความตระหนักรู้แก่สังคมให้เข้าใจถึงสิทธิของคนพิการ
กลุ่มเด็ก
ในปี ๒๕๕๙ รัฐได้ด�ำเนินมาตรการหลายประการที่ก้าวหน้า ในการแก้ไขปัญหาที่สอดคล้องกับข้อกังวลของ
คณะกรรมการสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติ (CRC) ได้แก่ การให้ความส�ำคัญต่อภาวะโภชนาการ และการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด
การอนุมัติร่างกฎหมายก�ำกับการโฆษณาผลิตภัณฑ์ทดแทนนมแม่ การมีมาตรการแก้ไขปัญหาการออกจากโรงเรียนกลางคัน
การปกป้องคุม้ ครองเด็กจากการกระท�ำรุนแรง และการคุม้ ครองเด็กจากการใช้แรงงานทุกรูปแบบ อย่างไรก็ดี ยังพบข้อมูลสถานการณ์
ที่น่าห่วงกังวลหลายประการ ได้แก่
• ปัญหาการกระท�ำรุนแรงต่อเด็ก
• สถานการณ์การเสียชีวติ ของเด็กจากการจมน�ำ้ อุบตั เิ หตุทางถนน และอุบตั เิ หตุจากรถรับส่งนักเรียน โดยมีจำ� นวน
เด็กที่เสียชีวิตจากการจมน�้ำ ๖๙๙ ราย เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจากรถโดยสารทัศนศึกษาและรถรับจ้างรับส่งนักเรียน ๑๐ ราย
• สถานการณ์เด็กกับสื่อออนไลน์พบว่า มีแนวโน้มการใช้งานสื่อออนไลน์ของเด็กที่เพิ่มสูงขึ้น เช่นเดียวกับ
แนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของสื่อที่มีเนื้อหาไม่เหมาะกับเด็ก ในขณะที่ มาตรการในการป้องกันเด็กจากสื่อที่ไม่เหมาะสมของรัฐ
ยังไม่ครอบคลุมและทันต่อพัฒนาการทางด้านเทคโนโลยีและพฤติกรรมการใช้สื่อของเด็กอย่างทันท่วงที
• สถานการณ์ของเด็กเคลื่อนย้ายและเด็กที่เป็นบุตรของแรงงานโยกย้ายถิ่นฐานพบว่า มีข้อจ�ำกัดในการได้รับ
สิทธิขั้นพื้นฐานด้านการศึกษาและการสาธารณสุข ตลอดจนปัญหาในการปรับตัวเมื่อเข้าอยู่ในระบบการศึกษา รวมถึง
ภาวะเสี่ยงต่อการเผชิญกับปัญหาความรุนแรง การถูกเลือกปฏิบัติ การถูกล่วงละเมิดและแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศ
การถูกท�ำร้ายร่างกาย ตลอดจนการถูกชักจูงให้เข้าสู่ขบวนการยาเสพติด และถูกล่อลวงเพื่อเข้าสู่วงจรการค้ามนุษย์
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
22
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๕๙