• การตรากฎหมายและปรับแก้พระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จ�ำเลย
ในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ ระเบียบคณะกรรมการกองทุนยุติธรรมโดยอาศัยอ�ำนาจตามพระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม
พ.ศ. ๒๕๕๘ ประมวลกฎหมายอาญา และพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๔๗๙ และการแสดงท่าทีของผู้บริหาร
• การก�ำหนดมาตรการทีช่ ดั เจนในการเคารพ คุม้ ครองสิทธิในกระบวนการยุตธิ รรมของผูต้ อ้ งหา จ�ำเลย และผูต้ อ้ งขัง
อาทิ การไม่นำ� ตัวผู้ต้องหาออกมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน การใช้เครื่องมือการตรวจสอบร่างกาย (body scanner) ส�ำหรับ
การตรวจค้นตัวผูต้ อ้ งขังหญิง และค�ำสัง่ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๕๕/๒๕๕๙ ให้พลเรือนทีก่ ระท�ำความผิดดังกล่าว
นับแต่วันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๕๙ อยู่ในอ�ำนาจการพิจารณาของศาลยุติธรรมโดยทั่วไป
ทั้งนี้ สถานการณ์ความเหลื่อมล�้ำทางเศรษฐกิจและสังคมดังกล่าว ท�ำให้บุคคลเข้าถึงสิทธิในกระบวนการยุติธรรม
ได้แตกต่างกัน นอกจากนั้น ยังพบว่ากฎหมายหรือค�ำสั่งที่ให้อ�ำนาจและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐในบางลักษณะ
ซึง่ ส่งผลกระทบต่อสิทธิของผูต้ อ้ งหา จ�ำเลย และผูต้ อ้ งขัง อาทิ ค�ำสัง่ คสช. ที่ ๓/๒๕๕๘ ซึง่ ให้อำ� นาจเจ้าพนักงานรักษาความสงบ
เรียบร้อยมีอ�ำนาจเรียกตัวบุคคล เพื่อสอบถามข้อมูลหรือให้ถ้อยค�ำที่เป็นประโยชน์ และมีอ�ำนาจควบคุมตัวได้ไม่เกินเจ็ดวัน
ในทางปฏิบัติพบว่า มีการควบคุมตัวตามค�ำสั่งดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งท�ำให้เกิดผลกระทบหรือความเสี่ยงต่อการละเมิด
สิทธิมนุษยชน รวมถึงการใช้เครือ่ งพันธนาการในลักษณะทัว่ ไปทีไ่ ม่ปกปิดมิดชิด เป็นเสมือนการประจานผูต้ อ้ งหาหรือจ�ำเลย
สิทธิในความเป็นส่วนตัวและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศมีความเปลี่ยนแปลงและก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้การติดต่อสื่อสารและ
การเผยแพร่ข้อมูลต่าง ๆ ด�ำเนินการได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และอาจส่งผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนได้ อาทิ การน�ำข้อมูล
ส่วนบุคคลไปใช้ประมวลผลหรือเปิดเผยหรือไปใช้ประโยชน์ในทางพาณิชย์ โดยปราศจากการได้รบั อนุญาตจากผูเ้ ป็นเจ้าของข้อมูล
ซึ่งท�ำให้เกิดผลกระทบและความเสียหายต่อบุคคลด้านชื่อเสียง ความเป็นส่วนตัว ทรัพย์สิน สิทธิและเสรีภาพส่วนบุคคล
รวมถึงร่างกายและชีวติ ในขณะทีร่ ฐั บาลได้พยายามจัดท�ำกฎหมายกลางคุม้ ครองสิทธิในความเป็นส่วนตัวและข้อมูลส่วนบุคคล
แต่ กสม. ยังพบว่า
• บทบัญญัตบิ างมาตราของกฎหมายดังกล่าว ยังไม่สามารถคุม้ ครองข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างเหมาะสม ในขณะที่
กระบวนการจัดท�ำกฎหมายยังคงล่าช้า ตลอดจนขาดการรับรู้และการมีส่วนร่วมอย่างเหมาะสมของภาคส่วนต่าง ๆ
• การเสนอร่างกฎหมายเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระท�ำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
พ.ศ. ๒๕๕๐ และมีบทบัญญัตบิ างประการก�ำหนดให้รฐั มีอำ� นาจในการเข้าถึงหรือระงับข้อมูลการติดต่อสือ่ สารของประชาชน
โดยไม่มีเงื่อนไขที่ชัดเจน อาจจะส่งผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชนเกินความจ�ำเป็น
ดังนัน้ การคุม้ ครองสิทธิในความเป็นส่วนตัวและข้อมูลส่วนบุคคลในประเทศไทยยังขาดความสมดุล และขาดความ
สอดคล้องต่อหลักการสิทธิมนุษยชน กสม. เสนอให้มกี ารพัฒนาความรู้ ความเข้าใจต่อผูด้ ำ� เนินการทีเ่ กีย่ วข้องกับสิทธิในความ
เป็นส่วนตัวและข้อมูลส่วนบุคคลทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจเอกชน ตลอดจนการพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ การสร้างจิตส�ำนึก
และความตระหนักในสิทธิในความเป็นส่วนตัวของบุคคล เพื่อให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการติดต่อสื่อสาร
และการบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. .... ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุม
กสม. พบว่า สิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นยังคงถูกจ�ำกัด ตรวจสอบและควบคุมอย่างเข้มงวด
ผ่านการบังคับใช้กฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการแสดงความเห็นในด้านการเมือง การปกครอง ตลอดจน
การชุมนุมสาธารณะ แม้จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับนโยบายสาธารณะหรือโครงการของรัฐและเอกชนที่มีผลกระทบต่อประชาชน
และชุมชน โดยรัฐใช้กฎหมายในการก�ำกับ ควบคุมการใช้เสรีภาพในการแสดงความเห็น ได้แก่
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
16
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๕๙