๔.๑.๒ สถานการณ์ทั่วไป
สิทธิทางการศึกษาเป็นสิทธิทรี่ ฐั มีหน้าทีต่ ามกฎหมายในการจัดการศึกษาขัน้ พืน้ ฐานให้กบั ประชาชน โดยประเทศไทยได้
ตราพระราชบัญญัตกิ ารศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึ่งจะเป็นกรอบในการจัดการ
ศึกษาของประเทศ เพื่อให้สิทธิทางการศึกษาบรรลุผลได้ โดยรัฐมีความพร้อม (availability) ในการจัดให้มีสถาบันการศึกษา
และแผนการศึกษาต่าง ๆ อย่างเพียงพอและมีคุณภาพ ประชาชนสามารถเข้าถึง (accessibility) สถาบันการศึกษา และ
แผนการศึกษาต่าง ๆ ที่ปราศจากการเลือกปฏิบัติ และมีการยอมรับ (acceptability) คุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาตาม
ที่รัฐก�ำหนดไว้ รวมถึงรัฐต้องจัดการศึกษาที่มีความยืดหยุ่น (adaptability) ให้เหมาะสมกับความต้องการและสอดคล้องกับ
วัฒนธรรม เพื่อให้สิทธิทางการศึกษาบรรลุผลโดยล�ำดับ
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการประจ�ำกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม มีขอ้ สังเกต
โดยสรุป (Concluding Observations) แสดงความกังวลเกีย่ วกับคุณภาพการศึกษาโดยรวมทีค่ อ่ นข้างต�ำ่ อัตราเด็กออกจาก
โรงเรียนที่สูง และประชาชนกลุ่มเปราะบางยังขาดโอกาสในการเข้าถึงสิทธิ โดยได้มีข้อเสนอแนะให้ประเทศไทยด�ำเนินการ
ปรับปรุงคุณภาพการศึกษาโดยรวม ลดอัตราการออกจากโรงเรียนกลางคัน และส่งเสริมสิทธิดา้ นการศึกษาของกลุม่ เปราะบาง
เพื่อให้เด็กทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียมกัน๑๒๔
สถานการณ์ด้านสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชัว่ คราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ มาตรา ๔ บัญญัตใิ ห้ศกั ดิศ์ รีความเป็นมนุษย์
สิทธิ เสรีภาพและความเสมอภาคของคนไทยยังคงได้รับการคุ้มครองตามประเพณี การปกครองของประเทศไทย โดย
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ได้ประกันสิทธิทางการศึกษาไว้ ซึ่งรัฐจะต้องจัดการศึกษาไม่น้อยกว่า
๑๒ ปี ให้อย่างทัว่ ถึงและมีคณ
ุ ภาพ โดยไม่เก็บค่าใช้จา่ ย และประกันความเท่าเทียมของสิทธิทางการศึกษาของผูย้ ากไร้ ผูพ้ กิ าร
หรือผู้ที่อยู่ในสภาวะยากล�ำบาก รวมถึงการคุ้มครองและส่งเสริมการศึกษาทางเลือก การเรียนรู้ด้วยตนเอง และการเรียนรู้
ตลอดชีวิต นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๙ (ฉบับลงประชามติ) ได้ก�ำหนดให้รัฐมีหน้าที่จัด
การศึกษาโดยให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลา ๑๒ ปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดย
ไม่เก็บค่าใช้จา่ ย การดูแลและพัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียนทัง้ ด้าน ร่างกาย จิตใจ และสังคม การส่งเสริมและสนับสนุนให้องค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการด�ำเนินการด้านการศึกษา การสนับสนุนแนวทางการศึกษาที่เน้นความ
รับผิดชอบต่อประเทศชาติ และการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล๑๒๓
บทที่
จากรายงานสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน (Universal Periodic Review: UPR) รอบที่ ๒ เมื่อเดือนพฤษภาคม ๔
๒๕๕๙ ซึ่งเป็นการรายงานภาพรวมสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศในทุกด้านต่อคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่ง
สหประชาชาติ (United Nations Human Right Council: HRC) และต่ อ มาในเดื อ น กั น ยายน ๒๕๕๙
รัฐบาลได้รับข้อเสนอแนะภายใต้กระบวนการ UPR เพื่อจะด�ำเนินการแก้ไขสถานการณ์สิทธิทางการศึกษา ได้แก่
การจัดท�ำยุทธศาสตร์และจัดสรรทรัพยากรเกี่ยวกับสิทธิในการศึกษา และปรับปรุงการเข้าถึงสิทธิทางการศึกษา โดยเฉพาะ
กลุ่มเปราะบาง กลุ่มผู้ด้อยโอกาส กลุ่มคนที่อยู่ในชนบท กลุ่มเด็กไร้สัญชาติ กลุ่มชาติพันธุ์และผู้ลี้ภัย จากการรับข้อเสนอ
แนะดังกล่าว ท�ำให้กระทรวงศึกษาธิการซึ่งเป็นหน่วยงานหลักของรัฐในการจัดการศึกษา ด�ำเนินการปรับปรุงสถานการณ์
สิทธิทางการศึกษาโดยรวม จัดท�ำแผนปฏิบตั กิ ารในระหว่าง ปี ๒๕๕๙ – ๒๕๖๓ ซึง่ ประกอบด้วย การจัดท�ำยุทธศาสตร์เพือ่ ให้เกิด
การเข้าถึงสิทธิการศึกษาได้อย่างเท่าเทียม การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษา
ขัน้ พืน้ ฐาน การส่งเสริมและปรับปรุงการเข้าถึงสิทธิทางการศึกษาของเด็กกลุม่ เปราะบาง กลุม่ ผูด้ อ้ ยโอกาส กลุม่ คนอยูใ่ นชนบท
กลุ่มเด็กไร้สัญชาติ กลุ่มชาติพันธุ์และผู้ลี้ภัย รวมถึงกลุ่มเด็กที่ติดตามแรงงานข้ามชาติ ให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและ
๑๒๓
๑๒๔
ปัจจุบันเป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ เมื่อวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๐ มาตรา ๕๔
Paragraph 33 United Nations Economic and Social Council E/C.12/THA/CO/1-2 19June 2015 para 29 - 32
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
101
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๕๙
Select target paragraph3
Connect to a paragraph
Connect to an entity
Disable highlights
Add to table of contents