พััฒนาการหรืือความก้้าวหน้้า
ในปีี 2566 รััฐให้้ความสำำ�คััญต่่อบทบาทของ
นัักปกป้้องสิิทธิิมนุุษยชนในระดัับนโยบายและมีีกลไก
เพื่่�อให้้การคุ้้�มครองที่่�กำำ�หนดไว้้ในแผนสิิทธิิมนุุษยชน
แห่่ ง ชาติิ ฉบัั บที่่� 5 และแผนปฏิิ บัั ติิ ก ารระดัั บช าติิ
ว่่ า ด้้ ว ยธุุ ร กิิ จ และสิิ ท ธิิ มนุุ ษ ยชน ระยะที่่� 2 รวมถึึ ง
มีี ผ ลการพิิ จ ารณาคดีี ข องนัั ก ปกป้้ อ งสิิ ท ธิิ มนุุ ษ ยชน
หลายคดีีที่่เ� ป็็นพัฒ
ั นาการเชิิงบวกทำำ�ให้้เกิิดความเชื่่อ� มั่่�น
ต่่ อ การทำำ� หน้้ า ที่่� นัั ก ปกป้้ อ งสิิ ท ธิิ มนุุ ษ ยชนและเป็็ น
แรงสนัับสนุนที่่
ุ ดี� ใี นการผลัักดัันการนำำ�ประมวลกฎหมาย
วิิธีีพิิจารณาความอาญา มาตรา 161/1 และ 165/2
มาใช้้ ใ ห้้ มีี ป ระสิิ ท ธิิ ภ าพเพื่่� อ ยุุ ติิ ก ารดำำ� เนิิ น คดีี ต่่ อ
นัั ก ปกป้้ อ งสิิ ท ธิิ มนุุ ษ ยชน โดยผลการพิิ จ ารณาคดีี
ดัั ง กล่่ า วสามารถนำำ�ม าเป็็ น กรณีี ตัั ว อย่่ า งเพื่่� อ ใช้้ เ ป็็ น
เกณฑ์์หรืือเทีียบเคีียงประกอบการพิิจารณาไม่่รัับฟ้้อง
สำำ�หรัับคดีีที่่มี� พี ฤติิการณ์์ในลัักษณะเดีียวกัันกับั คดีีที่่ศ� าล
เคยมีี คำำ� พิิ พ ากษา ซึ่่� ง จะช่่ ว ยยกระดัั บ การคุ้้�มครอง
นัั ก ปกป้้ อ งสิิ ท ธิิ มนุุ ษ ยชนและป้้ อ งกัั น การถููก slapp
รวมถึึงกรณีีที่่�ศาลมีีคำำ�พิิพากษาลงโทษผู้้�กระทำำ�ผิิดต่่อ
นัักปกป้้องสิิทธิิมนุุษยชนและกำำ�หนดให้้ชดเชยเยีียวยา
อัันถืือเป็็นการอำำ�นวยความยุุติิธรรมให้้แก่่นัักปกป้้อง
สิิทธิิมนุษุ ยชนและครอบครััว สอดคล้้องตามรััฐธรรมนููญ
มาตรา 25 และกติิกา ICCPR ข้้อ 2 ซึ่่�งให้้การรัับรอง
สิิทธิิของบุุคคลในการได้้รัับการเยีียวยากรณีีถููกละเมิิด
สิิทธิิหรืือจากการกระทำำ�ความผิิดอาญาของบุุคคลอื่่�น
ปััญหาหรืืออุุปสรรค
“
ในปีี 2566
ยัังไม่่พบกรณีีตััวอย่่างที่่�ชััดเจน
และเป็็นรููปธรรมในการนำำ�ประมวลกฎหมาย
วิิธีีพิิจารณาความอาญา มาตรา 161/1
และมาตรา 165/2 มาใช้้ในคดีี
ของนัักปกป้้องสิิทธิิมนุุษยชน
”
ส่่วนหนึ่่�งเกิิดจากการขาดความรู้้�ความเข้้าใจบทบาท
ของนัักปกป้้องสิิทธิิมนุษุ ยชน การนำำ�บทบััญญััติดัิ งั กล่่าว
มาบัั ง คัั บ ใช้้ เ พื่่� อ มุ่่�งให้้ ค วามคุ้้�มครองนัั ก ปกป้้ อ ง
สิิทธิิมนุุษยชนจึึงยัังไม่่สััมฤทธิ์์�ผล นอกจากนี้้�มีีข้้อห่่วง
กัั ง วลต่่ อ สถานการณ์์ ก ารข่่ มขู่่�คุุ ก คามนัั ก ปกป้้ อ ง
สิิ ท ธิิ มนุุ ษ ยชนที่่� ยัั ง คงปรากฏรายงานอยู่่� เ ป็็ น ระยะ
การดำำ�เนิินคดีีกัับนัักปกป้้องสิิทธิิมนุุษยชนในลัักษณะ
ที่่�เป็็นการ slapp ซึ่่�งส่่งผลให้้นัักปกป้้องสิิทธิิมนุุษยชน
ต้้องรัับภาระที่่�เกิิดขึ้้�นในการต่่อสู้้�คดีีทั้้�งด้้านเวลาและ
ค่่าใช้้จ่า่ ย เนื่่�องจากเจ้้าหน้้าที่่�หน่่วยงานรััฐและภาคเอกชน
ไม่่ เ ข้้ า ใจบทบาทและยอมรัั บ การทำำ� หน้้ า ที่่� ใ นฐานะ
นัั ก ปกป้้ อ งสิิ ท ธิิ มนุุ ษ ยชน ส่่ ง ผลให้้ ก ารใช้้ เ สรีี ภ าพ
ในการแสดงออก เสรีีภาพในการแสดงความคิิดเห็็น รวมถึึง
เสรีีภาพที่่�จะแสวงหา รัับ และเผยแพร่่ข้อ้ มููลข่่าวสารของ
นัักปกป้้องสิิทธิิมนุุษยชนไม่่สอดคล้้องตามที่่�ได้้รัับรอง
ไว้้ในกติิกา ICCPR ข้้อ 19 รวมถึึงปััญหาการขาดความรู้้�
ความเข้้าใจเกี่่�ยวกัับขั้้นต
� อนในการต่่อสู้้�คดีีและอุุปสรรค
ในการเข้้าถึึงกองทุุนยุติุ ธิ รรม ตลอดจนยัังไม่่พบความคืืบหน้้า
ที่่�สำำ�คัญ
ั ในการปกป้้องคุ้้�มครองนัักปกป้้องสิิทธิิมนุษุ ยชน
สาเหตุุส่่วนหนึ่่�งมาจากยัังไม่่มีีการกำำ�หนดนิิยามคำำ�ว่่า
น���ักปกป้้องสิิทธิิมนุุษยชนไว้้ในกฎหมายฉบัับใด แม้้เคย
ปรากฏในแผนสิิทธิิมนุษุ ยชนแห่่งชาติิฉบัับที่่� 1 โดยใช้้ชื่อ่� ว่่า
“ผู้้�ปฏิิบััติิงานด้้านสิิทธิิมนุุษยชน” ดัังนั้้�น
02
การประเมิินสถานการณ์์ด้้านสิิทธิิพลเมืืองและสิิทธิิทางการเมืือง
3
การประเมิินสถานการณ์์
สิิทธิิมนุษุ ยชน
“
จึึงจำำ�เป็็นต้้องอธิิบายหรืือกำำ�หนด
นิิยามให้้เป็็นไปในทิิศทางเดีียวกััน
เพื่่�อให้้การปกป้้องคุ้้�มครองนัักปกป้้อง
สิิทธิิมนุุษยชนเกิิดผลอย่่างเป็็น
รููปธรรมและมีีประสิิทธิิผล
”
49