6. เรื่อง กรณีกล่าวอ้างว่าเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาถูกครูใช้ไม้เรียวท�ำโทษเกินกว่าเหตุ (รายงานฯ ที่ ๒๒๘/๒๕๖๑) กรณีเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาถูกครูใช้ไม้เรียวท�ำโทษ ตามที่ปรากฏเป็นข่าว มี ๒ กรณี ดังนี้ กรณีที่ ๑ เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๐ มารดาของเด็กหญิง ข (นามสมมติ) นักเรียนชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๓ ของโรงเรียนแห่งหนึง่ ในจังหวัดราชบุรี โพสต์ภาพในสือ่ สังคม ออนไลน์ว่า บุตรของตนถูกครูใช้ไม้เรียวตีที่ก้นจนเกิดการเขียวช�้ำอย่างเห็นได้ชัด มีอาการ ปวดระบม หวาดกลัว และร้องไห้ตลอดเวลา เนือ่ งจากลืมอ่านหนังสือ จึงอ่านไม่ทนั เพือ่ น ครู จึงเรียกออกมาหน้าชั้นเรียนและตีโดยใช้ไม้เรียวขนาดใหญ่พันผ้าเทป ซึ่งเด็กหญิง ข ยืนยัน ว่าไม่อยากกลับไปเรียนทีโ่ รงเรียนเดิมอีก ส�ำนักงานเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต ๑ ได้สอบถามข้อเท็จจริงจากโรงเรียนที่เกิดเหตุทราบว่า ครูคนดังกล่าวเป็นข้าราชการ ครูบ�ำนาญและมาช่วยสอนที่โรงเรียนเป็นเวลาหลายปี โดยครูคนดังกล่าวให้การว่าขณะครู ท�ำการสอน เด็กยังเล่นอยู่ เมื่อห้ามไม่ฟังจึงลงโทษด้วยการใช้ไม้เรียวตี โดยส�ำนักงานเขต พื้นที่การศึกษาฯ ได้ก�ำชับโรงเรียนว่าห้ามลงโทษเด็กด้วยการเฆี่ยนตีโดยเด็ดขาด ให้เพียง ว่ากล่าวตักเตือน ท�ำทัณฑ์บน ตัดคะแนน หรือให้ท�ำกิจกรรมเท่านั้น กรณีที่ ๒ เมือ่ วันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๐ มารดาของเด็กชาย ก (นามสมมติ) นักเรียนชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๑ ของโรงเรียนแห่งหนึง่ ในจังหวัดสุรนิ ทร์ โพสต์ภาพในสือ่ สังคมออนไลน์ ว่า บุตรของตนถูกครูประจ�ำชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ ใช้ก้านไม้ล�ำดวนท�ำโทษโดยการตีที่ ด้านหลังและแขนจนเป็นรอยฟกช�ำ้ อย่างเห็นได้ชดั เนือ่ งจากเด็กชาย ก หยิบปากกาจากโต๊ะ ครูไป โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เดินทางไปเยี่ยมเด็กชาย ก และผู้ปกครองเพื่อประเมิน สภาพจิตใจของเด็ก เบื้องต้นส�ำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฯ ได้มอบเงินท�ำขวัญ จ�ำนวน ๓,๐๐๐ บาท บ้านพักเด็กฯ มอบเงินสงเคราะห์เด็ก จ�ำนวน ๑,๐๐๐ บาท และส�ำนักงาน พัฒนาสังคมฯ ได้มอบเครื่องอุปโภคบริโภค จ�ำนวน ๑ ชุด และจะพิจารณาช่วยเหลือเงิน บทที่ ๒ ผลการด�ำเนินงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๔๗ กรมราชทัณฑ์ควรน�ำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในการติดต่อสื่อสารมาใช้ประโยชน์ ให้มากขึ้น ควบคู่ไปกับระบบการติดต่อสื่อสารของผู้ต้องขังกับบุคคล ภายนอกเรือนจ�ำ แบบเดิม อาทิ การมีนโยบายอนุญาตให้เรือนจ�ำทุกแห่งรับ-ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) ให้แก่ผตู้ อ้ งขังได้นนั้ ถือเป็นตัวอย่างวิธกี ารทีด่ ชี อ่ งทางหนึง่ ซึง่ ควรประชาสัมพันธ์ ช่องทางการติดต่อสื่อสารกับผู้ต้องขังทาง e-mail นี้ให้มากขึ้น รวมทั้งนอกจากการรับ-ส่ง e-mail ในรูปแบบของข้อมูลตัวอักษร (text file) แล้ว อาจพิจารณานโยบายสนับสนุนให้ เรือนจ�ำทุกแห่งสามารถรับ-ส่ง e-mail ให้แก่ผตู้ อ้ งขังในรูปแบบของข้อมูลรูปภาพ (graphic file) เช่น ภาพจดหมายทีเ่ ขียนด้วยลายมือ ภาพถ่ายของครอบครัว ญาติ หรือเพือ่ นทีส่ ง่ มาให้ ผูต้ อ้ งขัง เป็นต้น ดังตัวอย่างจากการด�ำเนินการของทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ทัง้ นี้ การน�ำเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยมาใช้ ช่วยสร้างความสะดวกในการด�ำเนินงานของ เจ้าหน้าทีเ่ รือนจ�ำด้วย อีกทัง้ ยังเป็นการช่วยลดผลกระทบทางจิตใจทีอ่ าจเกิดขึน้ กับผูต้ อ้ งขัง บางกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ต้องขังที่ถูกจ�ำคุกในเรือนจ�ำที่ห่างไกลจากภูมิล�ำเนาดั้งเดิมของตน หรือในกรณีที่ญาติหรือเพื่อนของผู้ต้องขังมีความยากล�ำบากในการเดินทางไปยังเรือนจ�ำ ที่ผู้ต้องขังดังกล่าวถูกจ�ำคุกอยู่ รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำ�ปีง��ประมาณ ๒๕๖๑ 91

Select target paragraph3