รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ประจำ�ปีงบประมาณ ๒๕๖๑
90
(๑) ควรมี ม าตรการหรื อ แนวทางที่ เ หมาะสมในการป้ อ งกั น หรื อ แก้ ไขการละเมิ ด
สิทธิมนุษยชน ส�ำนักงานต�ำรวจแห่งชาติ และกองทัพบก ควรด�ำเนินการตามกฎหมาย
และระเบียบที่เกี่ยวข้องแก่ผู้ถูกร้องทั้งสามซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ในสังกัดที่กระท�ำการอันเป็น
การละเมิดสิทธิมนุษยชน กรณีตรวจค้นบ้านพักของบิดาเลี้ยงของผู้ร้องที่ ๑ และน�ำตัว
บิดาเลี้ยงและพวก รวม ๗ คน ไปควบคุมตัว โดยให้ด�ำเนินการภายในระยะเวลา ๖๐ วัน
นับแต่วันที่ได้รับรายงานนี้
(๒) กองบังคับการต�ำรวจนครบาล ๓ สถานีต�ำรวจนครบาลมีนบุรี และกองทัพภาคที่ ๑
ในฐานะหน่วยงานต้นสังกัดของผู้ถูกร้องที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ ควรก�ำชับเจ้าหน้าที่ ในสังกัด
ให้ตระหนักว่า การใช้อ�ำนาจใด ๆ ที่อาจกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชน
โดยเฉพาะการตรวจค้น จับกุม และควบคุมตัวผูต้ อ้ งสงสัยในคดีอาญา จะต้องให้ความส�ำคัญ
กับกระบวนการและขั้นตอนตามกฎหมาย รวมทั้งค�ำนึงถึงเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ
และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก โดยให้
ด�ำเนินการภายในระยะเวลา ๖๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับรายงานนี้
(๓) ควรพิจารณาจัดหลักสูตรอบรมแก่เจ้าหน้าที่ ในสังกัดซึ่งปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงาน
ฝ่ายปกครอง ให้มคี วามรู้ ความเข้าใจทีถ่ กู ต้องเกีย่ วกับหลักเกณฑ์และเงือ่ นไขการใช้อำ� นาจ
เพื่อให้เจ้าหน้าที่ในสังกัดสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และไม่กระท�ำการ
ใด ๆ ทีอ่ าจเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของประชาชน โดยปลูกฝังความตระหนักรูเ้ กีย่ วกับ
หลักสิทธิมนุษยชนหรือการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งเป็นหลักการส�ำคัญในการ
ปฏิบัติหน้าที่ อันจะท�ำให้สิทธิและ��สรีภาพของประชาชนได้รับการคุ้มครองอย่างเป็น
รูปธรรมยิ่งขึ้น
5.
เรื่อง
ข้อเสนอแนะ
กรณีกล่าวอ้างว่าผูต้ อ้ งขังชาวต่างประเทศถูกจ�ำกัดสิทธิในการติดต่อสือ่ สารกับครอบครัว
ในต่างประเทศและไม่ได้รับการรักษาพยาบาลที่เหมาะสม รวมทั้งขอให้มีการโอนตัวไป
รับโทษต่อในประเทศภูมิล�ำเนา (รายงานฯ ที่ ๒๒๑/๒๕๖๑) กสม. ได้รับเรื่องร้องเรียน
ขอให้ตรวจสอบกรณีกล่าวอ้างว่าผูร้ อ้ งเป็นผูต้ อ้ งขังชาย สัญชาติปากีสถาน ถูกศาลพิพากษา
ลงโทษจ�ำคุก ๕๐ ปี ในคดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษและรับโทษมาแล้ว
๘ ปี เมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๕๙ ถูกย้ายจากเรือนจ�ำกลางบางขวางไปคุมขังอยู่ที่เรือนจ�ำ
กลางคลองเปรม ถูกจ�ำกัดสิทธิในการติดต่อสื่อสารกับครอบครัวในต่างประเทศ และไม่ได้
รับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอาการป่วยตามค�ำร้องขอ รวมทั้งขอให้ช่วยติดตามเรื่องการ
ขอโอนตัวไปรับโทษต่อ ณ สาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน ซึง่ เป็นประเทศภูมลิ ำ� เนาของผูร้ อ้ ง
กสม. พิจารณากรณีการร้องเรียนข้างต้นแล้ว มีมติให้ยุติเรื่อง และให้มีข้อเสนอแนะ
มาตรการหรื อ แนวทางในการส่ ง เสริ ม และคุ ้ ม ครองสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน ตามรั ฐ ธรรมนู ญ
แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๔๗ (๓) และพระราชบัญญัตปิ ระกอบ
รัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๒๖ (๓)
กรมราชทัณฑ์ ข้อเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริมและคุม้ ครองสิทธิมนุษยชน
เกีย่ วกับกรณีปญ
ั หาข้อจ�ำกัดในการติดต่อสือ่ สารของผูต้ อ้ งขังกับครอบครัว ภายนอกเรือนจ�ำ