รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ประจำ�ปีงบประมาณ ๒๕๖๑
86
ข้อเสนอแนะ
2.
เรื่อง
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม
ควรเร่งหามาตรการแก้ไขปัญหาการใช้กระบวนการฟ้องร้องด�ำเนินคดีเพื่อตอบโต้
การท�ำงานของนักปกป้องสิทธิมนุษยชน รวมถึงอาจหารือร่วมกับองค์กรอื่น ๆ โดยเฉพาะ
คณะรัฐมนตรี และองค์กรนิติบัญญัติในการผลักดันให้เกิดการแก้ไขกฎหมายเพื่อป้องกัน
ปัญหาการฟ้องคดีโดยไม่สจุ ริต หรือการบัญญัตกิ ฎหมายฉบับใหม่ทมี่ เี นือ้ หาในการป้องกัน
การด�ำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อระงับการมีส่วนร่วมในกิจการสาธารณะของประชาชน
กระทรวงยุติธรรม
ควรด�ำเนินการแก้ไขระเบียบคณะกรรมการกองทุนยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์
วิธกี าร และเงือ่ นไขในการขอปล่อยชัว่ คราวผูต้ อ้ งหาหรือจ�ำเลย พ.ศ. ๒๕๕๙ โดยการยกเลิก
ข้อความทีใ่ ห้อำ� นาจคณะอนุกรรมการให้ความช่วยเหลือค�ำนึงถึงสาเหตุหรือพฤติการณ์ของ
ผู้ยื่นค�ำร้องว่าเป็นผู้ที่น่าเชื่อว่ามิได้กระท�ำความผิดตามข้อกล่าวหาหรือไม่
กองทุนยุตธิ รรม การก�ำหนดนโยบายหรือแผนงานการออกระเบียบหรือประกาศ และ
การพิจารณาค�ำขอรับความช่วยเหลือคณะกรรมการกองทุนยุติธรรม คณะอนุกรรมการให้
ความช่วยเหลือ รวมถึงเจ้าหน้าที่ของกองทุนฯ ควรค�ำนึงถึงความเดือดร้อนของนักปกป้อง
สิทธิมนุษยชนที่ต้องรับภาระในการต่อสู้คดีประกอบด้วยเสมอ เพื่อยังผลให้นักปกป้อง
สิทธิมนุษยชนสามารถเข้าถึงสิทธิในกระบวนการย���ติธรรมได้อย่างแท้จริง
กรณีกล่าวอ้างว่าถูกด�ำเนินคดีและถอนประกันโดยไม่เป็นธรรม (รายงานฯ ที่ ๓๒/๒๕๖๑)
ผู้ร้องได้ร้องเรียนต่อ กสม. กล่าวอ้างว่า นาย ก. บุตรของผู้ร้อง ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดี
ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระท�ำ
ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนจากการปฏิบัติของ
เจ้าหน้าที่ของรัฐ ในกระบวนการยุติธรรม ดังนี้
๑) ผู้ถูกร้องที่ ๑ ได้จับกุมบุตรของผู้ร้อง และยึดโทรศัพท์มือถือของบุตรผู้ร้อง โดยไม่ได้
แจ้งสถานที่ที่ใช้ในการควบคุมตัวเพื่อการสอบสวน รวมถึงได้พยายามแต่งตั้งทนายความ
ให้แก่บุตรของผู้ร้องทั้งที่บุตรของผู้ร้องมีทนายความส่วนตัวอยู่แล้ว
๒) ผู้ถูกร้องที่ ๒ มีค�ำสั่งเพิกถอนสัญญาประกันตัวบุตรของผู้ร้อง ด้วยเหตุผลที่ไม่ต้อง
ตามเงื่อนไขของกฎหมาย และได้ด�ำเนินกระบวนพิจารณาค�ำร้องขอฝากขังบุตรของผู้ร้อง
โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงได้ยกค�ำร้องขอปล่อยตัวชัว่ คราวโดยอ้างเหตุผลทีไ่ ม่สมั พันธ์
กับข้อเท็จจริง
๓) ในการเบิกตัวบุตรของผู้ร้องไปศาลแต่ละครั้ง บุตรของผู้ร้องต้องถูกพันธนาการด้วย
โซ่ตรวน ที่มีระบบการล็อคสองชั้น ในขณะที่การน�ำตัวกลับเข้าเรือนจ�ำจะต้องถูกเจ้าหน้าที่
ผู้ถูกร้องที่ ๓ ตรวจค้นร่างกาย ด้วยการให้บุตรของผู้ร้องถอดเสื้อผ้า กางแขน และโก้งโค้ง
ล�ำตัวเพื่อให้ตรวจภายในช่องทวารหนัก ผู้ร้องเห็นว่าการกระท�ำดังกล่าวของเจ้าหน้าที่ใน
กระบวนการยุตธิ รรม เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน จึงขอให้ตรวจสอบ ทัง้ นี้ กสม. พิจารณา
แล้วเห็นว่า การทีเ่ จ้าหน้าทีข่ องผูถ้ กู ร้องที่ ๓ ใช้เครือ่ งพันธนาการประเภทกุญแจเท้ากับบุตร