มาตรการ/
แนวทางการแก้ไข
๑. ส�ำนักงานต�ำรวจแห่งชาติ ควรด�ำเนินการดังนี้
- ควรพิจารณาจัดหามาตรการในการดูแลคนต่างด้าวทีจ่ ะมาเป็นพยานในคดีคา้ มนุษย์
ให้มีความเป็นอยู่ที่เหมาะสมในฐานะพยาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกรณีที่พยานเป็นผู้หญิง
โดยส�ำนักงานต�ำรวจแห่งชาติจะต้องจัดให้มีมาตรการพิเศษเพื่อรองรับบุคคลต่างด้าว
ดังกล่าว เช่น การจัดให้มีเจ้าหน้าที่ต�ำรวจหญิงทั้งจากสถานีต�ำรวจนครบาลและส�ำนักงาน
ตรวจคนเข้าเมือง รวมถึงการจัดให้มีนักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ ในการให้ค�ำแนะน�ำ
แก่ผเู้ ป็นพยานในคดีการค้ามนุษย์ รวมถึงควรจัดให้มกี ารอบรมเพือ่ พัฒนาองค์ความรูใ้ ห้แก่
เจ้าหน้าที่ทั้งชายและหญิงในประเด็นเรื่องความอ่อนไหวทางเพศสภาพด้วย
- ควรจัดอบรมให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ต�ำรวจในเรื่องเกี่ยวกับ พ.ร.บ. ป้องกันและ
ปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. ๒๕๕๑ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ตระหนักถึงเจตนารมณ์ที่แท้จริง
ของกฎหมายฉบับนี้ และเพือ่ ให้เจ้าหน้าทีไ่ ด้มคี วามเข้าใจในบทบาทของตนเอง อันจะส่งผล
เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์
ของเจ้าหน้าที่มากยิ่งขึ้น
๒. ในระหว่างรอการให้การในฐานะพยาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกระทรวง
มหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงยุติธรรม หรือ
ส�ำนักงานต�ำรวจแห่งชาติ ควรพิจารณาน�ำประกาศกระทรวงมหาดไทย เรือ่ ง การอนุญาตให้
คนต่างด้าวซึง่ เป็นพยานทีส่ บื พยานก่อนการฟ้องคดีหรือระหว่างการด�ำเนินคดีกบั ผูก้ ระท�ำ
ความผิดตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. ๒๕๕๑ อยูใ่ นราชอาณาจักร
เป็นกรณีพิเศษมาใช้บังคับ เพื่ออ�ำนวยการให้คนต่างด้าวที่ประสงค์จะท�ำงาน ได้มีอาชีพ
ในระหว่างที่เป็นพยาน ซึ่งจะถือเป็นการตอบแทนคนต่างด้าวที่ได้ช่วยเหลือให้การ
ด�ำเนินการขจัดปัญหาการค้ามนุษย์ประสบผลส�ำเร็จลงได้อีกทางหนึ่งด้วย
๓. หน่วยงานภาครัฐที่มีอ�ำนาจหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมาย ได้แก่ กรมการปกครอง
กระทรวงมหาดไทย ส�ำนักงานต�ำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพเิ ศษ และส�ำนักงานอัยการ
บทที่
๒
ผลการด�ำเนินงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๔๗
ที่ถือบัตรประจ�ำตัวบุคคลบนพื้นที่สูง จ�ำนวน ๒๑ คน ที่ท�ำงานอยู่ในสถานบริการ
อาบอบนวดแห่งหนึง่ และส่งฟ้องต่อศาลแขวงพระนครเหนือในฐานความผิดเป็นคนต่างด้าว
ไม่ท�ำงานตามประเภทหรือลักษณะงานที่ได้รับอนุญาต และฐานความผิดเข้าไปมั่วสุม
ในสถานการค้าประเวณี เพือ่ ประโยชน์ในการค้าประเวณีของตนเองหรือผูอ้ นื่ หญิงทัง้ หมด
ให้การรับสารภาพ ศาลจึงมีค�ำพิพากษาลงโทษปรับคนละ ๔,๕๐๐ บาท และหญิงทั้งหมด
ได้ช�ำระค่าปรับแล้ว จากนัน้ ผูร้ อ้ งพร้อมญาติของหญิงต่างด้าวและหญิงทีถ่ อื บัตรประจ�ำตัว
บุคคลบนพื้นที่สูงรายอื่น ๆ ได้ไปขอรับตัวจากสถานกักตัวคนต่างด้าวของส�ำนักงาน
ตรวจคนเข้าเมือง (ผู้ถูกร้องที่ ๒) แต่เจ้าหน้าที่แจ้งว่าไม่สามารถปล่อยตัวได้เนื่องจาก
พนักงานสอบสวน สถานีต�ำรวจนครบาล ก. (ผูถ้ กู ร้องที่ ๑) ได้ขอให้กกั ตัวไว้กอ่ น ต่อมาญาติ
ของหญิงต่างด้าวและหญิงที่ถือบัตรประจ�ำตัวบุคคลบนพื้นที่สูงบางคน ได้ยื่นหลักทรัพย์
ขอปล่อยชั่วคราวต่อผู้ถูกร้องที่ ๒ แต่จนถึงวันที่ยื่นค�ำร้องต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
แห่งชาติ (เมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๙) ก็ยังไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราว รวมถึงไม่ได้รับ
ค�ำชี้แจงถึงเหตุผลในการกักตัวไว้แต่อย่างใด ผู้ร้องจึงขอให้ช่วยเหลือหญิงต่างด้าวและ
หญิงที่ถือบัตรประจ�ำตัวบุคคลบนพื้นที่สูงทั้งหมด ให้ได้รับการปล่อยตัวเป็นการเร่งด่วน
และขอให้เยียวยาความเสียหายจากการกระท�ำดังกล่าวด้วย
รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ประจำ�ปีงบประมาณ ๒๕๖๑
79