รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ประจำ�ปีงบประมาณ ๒๕๖๑
46
มาตรการ/
แนวทางการแก้ไข
๑. กรมป่าไม้ ควรแสดงความชัดเจนในการแก้ไขปัญหาเพื่อให้เกิดความสมานฉันท์
เช่ น ส่ ง คื น พื้ น ที่ บ ริ เวณที่ พิ พ าทที่ ไ ม่ ส ามารถเข้ า ใช้ ป ระโยชน์ ไ ด้ จ�ำนวน ๘๘๗ ไร่
แก่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีเพื่อด�ำเนินการตามกฎหมายป่าไม้หรือกฎหมายปฏิรูป
ทีด่ นิ ในการแก้ไขปัญหาเพือ่ ให้ผรู้ อ้ งและกลุม่ ชาวบ้านได้รบั สิทธิท�ำประโยชน์ในทีด่ นิ ส.ป.ก.
๔-๐๑ โดยระหว่างการด�ำเนินการแก้ไขปัญหาให้เป็นไปตามกฎหมายนั้น มหาวิทยาลัย
เทคโนโลยีสรุ นารีไม่ควรด�ำเนินการขับไล่หรือฟ้องร้องด�ำเนินคดีแก่ผรู้ อ้ งและกลุม่ ชาวบ้าน
และไม่ควรขอใช้พื้นที่ดังกล่าวในการต่อสัญญาการขอใช้ประโยชน์ใหม่ในปี ๒๕๖๒
๒. ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ควรส่งภาพถ่ายทางอากาศหลังวันที่ ๙ พฤศจิกายน
๒๕๑๐ ให้ส�ำนักงานปลัดส�ำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อส่งมอบให้คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ
อ่านแปลภาพถ่ายทางอากาศของส�ำนักงานปลัดส�ำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้อ่านแปลเพื่อ
หาร่องรอยการท�ำประโยชน์เพื่อพิสูจน์สิทธิในที่ดินของราษฎร เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบ
ของส�ำนักนายกรัฐมนตรีวา่ ด้วยการแก้ไขปัญหาการบุกรุกทีด่ นิ ของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๕ ประกอบ
มาตรการของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ เรื่อง การพิสูจน์สิทธิการ
ครอบครองที่ดินของบุคคลในเขตที่ดินของรัฐ “ข้อ ๑ การพิสูจน์สิทธิการครอบครองที่ดิน
ของบุคคลในเขตที่ดินของรัฐต้องมีพยานหลักฐานที่เกี่ยวกับที่ดินแปลงนั้น ซึ่งแสดงว่าได้
ครอบครองท�ำประโยชน์ต่อเนื่องมาก่อนเป็นที่ดินของรัฐ ดังนี้ ... ๑.๓ พยานหลักฐานอื่น
นอกจากข้อ ๑.๑ และ ๑.๒ เช่น ส.ค. ๑ หรือพยานบุคคล เป็นต้น เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่า
พยานหลักฐานนั้นมีส่วนสนับสนุนค�ำกล่าวอ้างว่ามีการครอบครองท�ำประโยชน์มาก่อน
เป็นที่ดินของรัฐ ให้ด�ำเนินการอ่านภาพถ่ายทางอากาศของกรมแผนที่ทหารที่ถ่ายภาพ
พื้นที่นั้นไว้เป็นครั้งแรกหลังจากเป็นที่ดินของรัฐ หากปรากฏร่องรอยการท�ำประโยชน์
ในที่ดินอยู่ในภาพถ่ายทางอากาศ จึงจะเชื่อตามพยานหลักฐานอื่นนั้น”
๓. ส�ำนักงานทีด่ นิ จังหวัดนครราชสีมา ควรตรวจสอบเอกสาร ส.ค. ๑ ของราษฎรทีส่ ญ
ู หาย
จากทะเบียนการครอบครอง ส.ค. ๑ ตามรายชื่อที่ท้ายรายงานนี้ เพื่อให้ราษฎรสามารถ
พิสูจน์สิทธิตามกระบวนการทางกฎหมายได้ต่อไป
๑0.
กรณีกล่าวอ้างว่า ผู้บัญชาการและเจ้าหน้าที่เรือนจ�ำปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ (รายงานฯ
ที่ ๑๒๒/๒๕๖๑)
ความเป็นมา : ผูร้ อ้ งได้รอ้ งเรียนต่อ กสม. โดยกล่าวอ้างว่า ผูร้ อ้ งเป็นเจ้าหน้าทีเ่ รือนจ�ำกลาง
ก. (ปกปิดชื่อ) ขณะปฏิบัติหน้าที่ภายในเรือนจ�ำกลาง ก. ได้พบเห็นการปฏิบัติหน้าที่
โดยมิชอบของผูถ้ กู ร้องทัง้ ห้า โดยผูบ้ ญ
ั ชาการเรือนจ�ำกลาง ก. (ผูถ้ กู ร้��งที่ ๑) และเจ้าหน้าที่
เรือนจ�ำกลาง ก. (ผู้ถูกร้องที่ ๒) สั่งการให้เจ้าหน้าที่เรือนจ�ำกลาง ก. (ผู้ถูกร้องที่ ๓-๕)
ท�ำร้ายร่างกายผู้ต้องขัง ประกอบด้วย (๑) นางสาวเอ (นามสมมุติ) ซึ่งถูกท�ำร้ายที่บริเวณ
อาคารควบคุมกลางด้วยการตบตี เตะ อย่างทารุณจนได้รับบาดเจ็บเลือดออกบริเวณปาก
นอกจากนี้ ยังมีการซ่อนเร้นพยานหลักฐานรวมถึงข่มขู่นางสาวเอและนางบี (นามสมมุติ)
ซึ่งเป็นมารดาและถูกจ�ำคุกอยู่ด้วยกันเพื่อไม่ให้เอาเรื่อง (๒) นายซี (นามสมมุติ) ถูกท�ำร้าย
จนแผ่นหลังแตกบวมชำ
�้ ต้องส่งตัวออกไปรักษาทีโ่ รงพยาบาลระยอง (๓) นายดี (นามสมมุต)ิ
ถูกท�ำร้ายจนกล่องเสียงแตก ต้องส่งตัวออกไปรักษาที่โรงพยาบาลราชวิถี และมีการพูดจา
เรื่อง