9.
เรื่อง
กรณีกล่าวอ้างว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในที่ดินท�ำกินจากการจัดตั้งมหาวิทยาลัย
เทคโนโลยีสุรนารี (รายงานฯ ที่ ๑๒๑/๒๕๖๑)
ความเป็นมา : ผู้ร้องได้ร้องเรียนต่อ กสม. โดยกล่าวอ้างว่า ผู้ร้องเป็นตัวแทนกลุ่มชาวบ้าน
ในต�ำบลไชยมงคลและต�ำบลบ้านใหม่ (ต�ำบลสุรนารี ในปัจจุบัน) อ�ำเภอเมืองนครราชสีมา
จังหวัดนครราชสีมา เมือ่ วันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๑๐ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประกาศ
เขตป่าสงวนแห่งชาติปา่ อ่างเก็บนำ�้ ห้วยบ้านยาง ตัง้ อยูท่ ตี่ �ำบลไชยมงคลและต�ำบลบ้านใหม่
อ�ำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา เป็นการประกาศโดยไม่มกี ารส�ำรวจตรวจสอบ
การถือครองสิทธิในที่ดินและการท�ำกินของประชาชนก่อน ท�ำให้พื้นที่ป่าสงวนทับพื้นที่
ท�ำกินของประชาชนที่อยู่มาแต่ดั้งเดิม โดยมีเอกสารสิทธิในที่ดินและเอกสารแสดงการ
ครอบครองในทีด่ นิ ทีท่ �ำกินทีท่ างราชการออกให้สบื ทอดต่อเนือ่ งกันมาตัง้ แต่บรรพบุรษุ เช่น
หนังสือรับรองการท�ำประโยชน์ (น.ส. ๓) หลักฐานแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค. ๑)
หลักฐานการเสียภาษีบ�ำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท.๔ ก.) และ (ภ.บ.ท.๕) ต่อมา รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้อนุมตั ใิ ห้กรมป่าไม้อนุญาตให้ทบวงมหาวิทยาลัย (กระทรวง
ศึกษาธิการในปัจจุบัน) ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าอ่างเก็บน�้ำห้วยบ้านยาง
เนื้อที่ ๖,๙๑๑-๓-๖๔ ไร่ เพื่อจัดตั้งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ตามประกาศกรมป่าไม้
ฉบับที่ ๓๒/๒๕๓๒ ลงวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๓๒ เป็นระยะเวลา ๓๐ ปี การส่งมอบพื้นที่
ของกรมป่าไม้ให้กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีได้ส่งมอบที่ดินที่ชาวบ้านท�ำกินอยู่
ก่อนด้วย ท�ำให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีไม่สามารถเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ เนื้อที่
ประมาณ ๘๘๗ ไร่ได้ ต่อมา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีแจ้งให้ชาวบ้านออกจากพื้นที่
ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสรุ นารี ท�ำให้ชาวบ้านได้รบั ความเดือดร้อน และยืน่ เรือ่ งร้องเรียน
ขอความเป็ น ธรรมไปยั ง หน่ ว ยงานต่ า ง ๆ ตั้ ง แต่ มี ก ารจั ด ตั้ ง มหาวิ ท ยาลั ย เทคโนโลยี
สุรนารีจนถึงปัจจุบนั เป็นเวลา ๒๖ ปีแล้ว แต่กไ็ ม่มคี วามคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว
บทที่
๒
ผลการด�ำเนินงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๔๗
๒. กรมประมง กรมเจ้าท่า และจังหวัดสุราษฎร์ธานี ควรสั่งการให้เจ้าหน้าที่ผู้มีอ�ำนาจ
หน้าที่ในการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ด�ำเนินการต่อผู้เพาะเลี้ยงหอย
ทะเลนอกเขตเพาะเลี้ยงสัตว์น�้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมทั้งเฝ้าระวังไม่ให้มีการเพาะเลี้ยง
หอยหรือสร้างสิ่งปลูกสร้างนอกพื้นที่ที่คณะกรรมการประมงประจ�ำจังหวัดสุราษฎร์ธานี
ก�ำหนดให้เป็นพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น�้ำตามกฎหมายว่าด้วยการประมง
๓. จังหวัดสุราษฎร์ธานีรว่ มกับกรมประมง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝัง่ และองค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง พิจารณาด�ำเนินการฟื้นฟูอ่าวบ้านดอนในส่วนที่จะมีการ
รื้อถอนคอกหอยที���ไม่ชอบด้วยกฎหมายให้กลับคืนสู่สภาพเดิมตามธรรมชาติ และควร
อนุรักษ์ บ�ำรุงรักษา และจัดการการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสัตว์น�้ำอย่างยั่งยืน
๔. กรมประมงและกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ควรให้การสนับสนุนและส่งเสริม
ให้ชุมชนชายฝั่งรอบพื้นที่อ่าวบ้านดอนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องร่วมกัน
จัดท�ำแนวเขตเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และวางกฎกติกาการใช้
ประโยชน์และมาตรการควบคุมดูแลในชุมชนเพื่อป้องกันไม่ให้มีการขยายพื้นที่เพาะเลี้ยง
หอยทะเลโดยผิดกฎหมาย
รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ประจำ�ปีงบประมาณ ๒๕๖๑
45