บทบาทของผู้ไกล่เกลี่ย มีอย่างน้อยดังนี้ ช่วยให้คู่กรณีแสดงความคิ���เห็นของตน ช่วยให้คู่กรณีเข้าสู่ข้อตกลง อธิบายหลักพื้นฐานของสิทธิมนุษยชน ท�ำให้ความมั่นใจว่าจะไม่มีฝ่ายใดเสียผลประโยชน์จากการไกล่เกลี่ย ช่วยคู่กรณีให้บันทึกข้อตกลง ให้ความมั่นใจว่าจะเคารพในข้อตกลง น�ำข้อมูลกลับไปเพื่อประกอบการตรวจสอบในขั้นตอนถัดไป หากไกล่เกลี่ยไม่ส�ำเร็จ หมายเหตุ: ในกรณีส่วนใหญ่ ข้อเท็จจริงที่ค้นพบในระหว่างการไกล่เกลี่ยไม่สามารถใช้ได้ใน การตรวจสอบหาข้อเท็จจริง บทบาทของผู้ประนีประนอม มีอย่างน้อยดังนี้ ชี้แจงให้คู่กรณีเข้าใจผลการสอบสวน รวมทั้งผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น ตามความเหมาะสม ช่วยให้คู่กรณีน�ำเสนอมุมมองของแต่ละฝ่าย ช่วยให้คู่กรณีระบุความต้องการของแต่ละฝ่าย สนับสนุนให้เกิดข้อตกลงที่ยอมรับร่วมกัน ซึ่งเป็นผลประโยชน์ ที่ทั้งสองฝ่ายรับได้ และเป็นประโยชน์ต่อสังคม/สาธารณะ ช่วยให้คู่กรณีบันทึกข้อตกลงและเสนอต่อคณะกรรมการเพื่อ พิจารณาอนุมัติ พร้อมข้อเสนอแนะ ท�ำให้แน่ใจว่าข้อตกลงจะถูกน�ำไปใช้ การต่อรองสัญญาข้อตกลง สัญญาข้อตกลงควรเขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษร และควรมีการลงชื่อทั้งสองฝ่าย โดยปกติมักจะใช้รูปแบบของสัญญา กฎหมาย เพื่อให้มีผลบังคับใช้ การแก้ไขปัญหาควรจะสอดคล้องกับ กฎหมายสิทธิมนุษยชนในประเทศและหลักสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ สามารถแก้ไขความคับข้องใจของคู่กรณีทั้งสองฝ่าย และ มีความยืนยง เช่น สามารถน�ำไปใช้ในการจัดการกับข้อพิพาทที่มีลักษณะคล้ายกันในอนาคต สัญญาข้อตกลงที่เป็นผลเกิดจากการประนีประนอมควรต้องเหมาะสมและสอดคล้องกับผลประโยชน์ต่อสังคม/สาธารณะ 87 มาตรฐานและแนวทางการด�ำเนินงานของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

Select target paragraph3