การพิจารณารับข้อร้องเรียน มาตรวจสอบหาข้อเท็จจริง ในแต่ละประเทศจะมีกฎหมายเฉพาะที่ว่าสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะสามารถจัดการข้อร้องเรียนได้อย่างไร ทั้งนี้ โดยทั่วไปจะก�ำหนดไว้ในประเด็นที่อาจมีความแตกต่างกันได้ เช่น ข้อจ�ำกัดเวลา การไม่รับข้อร้องเรียนที่เกิดจากเจตนา ไม่ดี การไม่รับข้อร้องเรียนที่ต่อต้านรัฐสภาหรือศาล และการไม่รับข้อร้องเรียนที่ได้รับการแก้ไขหรือตัดสินแล้ว โดยทั่วไป แนวทางในการพิจารณาว่าจะรับข้อร้องเรียนนั้น มีดังนี้ สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีอ�ำนาจพิจารณา ปัญหาหรือประเด็นนั้น ๆ หรือไม่ มีหน่วยงานหรือสถาบันอื่นที่เหมาะสมกว่าในการ แก้ไขข้อกล่าวหานั้นหรือไม่ ปัญหาหรือข้อร้องเรียนดังกล่าวควรส่งไปยัง หน่วยงานอื่นหรือไม่ ทั้งนี้ กฎหมายควรก�ำหนด อ�ำนาจทางกฎหมายของสถาบันสิทธิมนุษยชน แห่งชาติไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้แน่ใจว่าไม่เกิด ความซ�้ำซ้อนของความสามารถระหว่างองค์กรที่มี อ�ำนาจในการแก้ไขปัญหานั้น มีข้อร้องเรียนที่ไม่มีสาระส�ำคัญและเป็นการใช้ สิทธิร้องเรียนที่ไม่บริสุทธิ์หรือไม่ โดยทั่วไปแล้ว สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สามารถปฏิเสธข้อร้องเรียนบนพื้นฐานเบื้องต้นที่ พิจารณาแล้วว่า เป็นกรณีที่เกิดจากเจตนาที่ไม่ บริสุทธิ์ หรือไม่มีมูล หากสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตัดสินใจที่จะไม่ตรวจสอบข้อร้องเรียน ก็จ�ำเป็นต้องแจ้งผู้ร้องเรียนให้ทราบถึง เหตุผลในการปฏิเสธ และเสนอกระบวนการทางเลือกอื่นที่มี ไม่ควรให้เกิดความล่าช้าในการพิจารณาหรือแจ้งการ ปฏิเสธข้อร้องเรียน การด�ำเนินการที่รวดเร็วในขั้นตอนเบื้องต้นนี้จะท�ำให้ผู้ร้องเรียนมั่นใจว่าสามารถได้รับประโยชน์ จากแนวทางการแก้ไขทีห่ ลากหลายอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ยังช่วยเพิม่ ภาพลักษณ์ของสถาบันฯ ในฐานะทีเ่ ป็นหน่วยงาน ที่มีความสามารถและให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชน 72 มาตรฐานและแนวทางการด�ำเนินงานของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

Select target paragraph3