2.1. การจัดตั้ง (Establishment)
สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะต้องจัดตั้งขึ้นโดยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายที่มีรายละเอียดเพียงพอ เพื่อที่จะแน่ใจได้ว่า
สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมขี อ้ บัญญัตทิ ชี่ ดั เจนและมีความเป็นอิสระ โดยเฉพาะอย่างยิง่ ควรมีการระบุบทบาท หน้าที่ อ�ำนาจ
และงบประมาณของสถาบันฯ และควรก�ำหนดให้มีหน้าที่ในการด�ำเนินการทั้งการส่งเสริมและการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน
กล่าวคือ
สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติควรมีการก�ำหนดในข้อบัญญัติในกฎหมายให้มีหน้าที่ในการด�ำเนินการ
ทั้งการส่งเสริมและการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน
การส่งเสริม
การคุ้มครอง
‘การส่งเสริม’ จะหมายรวมถึง การด�ำเนินการ
ทุกอย่างที่จะสร้างสังคมให้เข้าใจและตระหนักถึง
สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน และมี ก ารเคารพสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน
มากขึ้ น ในวงกว้ า ง การด� ำ เนิ น การในลั ก ษณะนี้
รวมถึงการศึกษา การฝึกอบรม การให้ค�ำปรึกษา
การประชาสัมพันธ์และการสื่อสารสาธารณะ
‘การคุ้มครอง’ จะหมายรวมถึง การด�ำเนินการ
ทุ ก อย่ า งที่ เ ป็ น การหาแนวทางที่ จ ะป้ อ งกั น
การละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้น กระบวนการนี้
รวมไปถึงการดูแล ตรวจสอบ แสวงหาข้อเท็จจริง
และรายงานเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน และ
อาจรวมถึงการจัดการกับข้อร้องเรียนของบุคคล
และชุมชนด้วย
บทบาทหน้าที่ของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติควรจะก�ำหนดไว้อย่างครอบคลุม มีวัตถุประสงค์อย่างชัดเจน และเป็นไป
อย่างอิสระ เพื่อส่งเสริมงานด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งรวมถึงสิทธิต่าง ๆ ที่ก�ำหนดไว้ในระดับสากล ระดับภูมิภาค และในประเทศ
รวมถึงสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บทบาทหน้าที่ควรมีลักษณะดังนี้
สามารถส่งเสริมการปฏิบัติและป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนของทั้งภาครัฐและเอกชน
มีสิทธิในการแสดงความคิดเห็นแก่สาธารณชน เพื่อสร้างความตระหน���กในประเด็นสิทธิมนุษยชน และด�ำเนินการด้าน
การศึกษาและหลักสูตรการฝึกอบรม
มีอ�ำนาจในการให้ค�ำแนะน�ำต่อรัฐบาลเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์สิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นในประเทศ และสามารถสืบค้น
ข้อเท็จจริง ตลอดจนเอกสารต่าง ๆ เพื่อประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชนได้
ได้รับอ�ำนาจเต็มที่ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงของข้อร้องเรียนต่าง ๆ รวมทั้งเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทหาร ต�ำรวจ และ
เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง/ความปลอดภัย
35
มาตรฐานและแนวทางการด�ำเนินงานของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ