3.
รูปแบบผสมผสาน
(Hybrid)
สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในรูปแบบผสมผสานนี้ (hybrid) จะเป็นสถาบันรัฐเพียงแห่งเดียวแต่มีอ�ำนาจ
หน้าที่ (mandates) ที่หลากหลาย ทั้งในด้านสิทธิมนุษยชน รวมถึงการตรวจสอบความไม่ถูกต้องในการบริหารงาน
ของรัฐ การทุจริต และปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างดังเช่นประเทศสเปน หรือประเทศในแถบลาตินอเมริกา
สถาบันในรูปแบบนี้จะมีอ�ำนาจทั้งแบบผู้ตรวจการแผ่นดิน และมีอ�ำนาจในการตัดสินคดีแทนศาล รวมถึงอ�ำนาจ
หน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดิน และมีอ�ำนาจในการตัดสินคดีแทนศาลได้อีกด้วย
โดยปกติแล้ว สถาบันแห่งนี้จะน�ำลักษณะของสถาบันส��ทธิมนุษยชนแห่งชาติที่คล้ายกับของส�ำนักงานผู้ตรวจการ
แผ่นดินมาใช้ นั่นคือ การน�ำโดยบุคคลเดียว และสมาชิกอื่นจะมีอ�ำนาจเพียงให้ค�ำแนะน�ำเท่านั้น
รูปแบบการก�ำหนดองค์กรแบบรวมอ�ำนาจนี้
มีข้อดีและข้อเสีย คือ
ข้อดี คือ การให้บริการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ ในการจัดการกับปัญหาและข้อร้องเรียน
เพื่อให้การจัดการกับปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนเป็นการมองภาพองค์รวมร่วมกับปัญหาอื่น ๆ
ในสังคม อันจะท�ำให้การแก้ปัญหาเป็นรูปแบบบูรณาการมากขึ้น
ข้อเสีย คือ การจัดการอาจลดทอนน�้ำหนักและคุณค่าของสิทธิมนุษยชนลง
4.
รูปแบบที่เป็นหน่วยงานให้ค�ำแนะน�ำและค�ำปรึกษา
การจัดสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในรูปแบบนี้ มักเป็นการจัดในรูปคณะกรรมการทีป่ รึกษาซึง่ ประกอบด้วย
สมาชิกในวงกว้างทีเ่ กิดจากการมีสว่ นร่วมจากหลายส่วนของภาคสังคม ทัง้ นี้ สมาชิกเหล่านีจ้ ะไม่มอี ำ� นาจในการ
ตรวจสอบข้อร้องเรียน แต่จะสามารถคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนผ่านการให้ค�ำแนะน�ำกับรัฐบาล
ด้วยวิธกี ารต่าง ๆ เช่น การรายงานปัญหาเฉพาะต่าง ๆ ทีส่ ำ� คัญ การท�ำการศึกษาวิจยั เพือ่ ชีป้ ญ
ั หาและทางแก้ไข ฯลฯ
28
มาตรฐานและแนวทางการด�ำเนินงานของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ