ประการที่สี่ คือ การจัดตั้งคณะกรรมการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์กรณีถูกกระทำทรมานและถูกบังคับ ให้หายสาบสูญ โดยนายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งสำนั กนายกรัฐมนตรีที่ 131/2560 ลงวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2560 และคำสั่งที่ 198/2560 ลงวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2560 แต่งตั้งคณะกรรมการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ กรณี ถูกกระทำทรมานและถูกบั งคับ ให้ ห ายสาบสู ญ โดยมีรัฐมนตรีว่ าการกระทรวงยุติธรรมเป็ น ประธาน กรรมการ และมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวม 16 คนร่วมเป็ นกรรมการ โดยมีอำนาจหน้ าที่กำหนด นโยบาย แผนงาน มาตรการต่ าง ๆ เพื่อป้องกันจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ และช่วยเหลือเยียวยา อำนวยการ ประสานการปฏิบัติงานรับเรื่องราวร้องทุกข์ ตรวจสอบ พิจารณา วินิจฉัย ติดตาม และช่วยเหลือเยียวยา เชิญ บุ ค คลมาให้ ข้ อ มู ล หรื อ จั ด ส่ ง ข้ อ มู ล จั ด ทำรายงานผลการดำเนิ น งานเสนอคณะรั ฐ มนตรี แต่ ง ตั้ ง คณะอนุกรรมการ คณะทำงาน หรือมอบหมายบุคคลอื่นให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่ได้รบั มอบหมาย ทั้งนี้ ที่ ผ่ านมาคณะกรรมการฯ ได้ มี การเริ่ ม ดำเนิ น งานรับ เรื่ อ งร้อ งทุ กข์ ตรวจสอบข้ อ เท็ จ จริ ง สอบสวน และ พิจารณามาตรการช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียหาย รวมทั้งมาตรการป้องกันการทรมานและถูกบังคับให้ หายสาบสูญแล้ว ประการที่ห้า สำนักงานอัยการสูงสุดมีการปรับใช้มาตรา 21 ของพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและ พนักงานอัยการ พ.ศ. 2553 ในหลายคดี โดยมาตราดังกล่าวได้ให้อำนาจพนักงานอัยการในการพิจารณาสั่งคดี และการปฏิ บั ติ ห น้ าที่ ให้ เป็ น ไปตามรัฐ ธรรมนู ญ และตามกฎหมายโดยสุ จริต และเที่ ยงธรรม กล่ าวคือ ถ้ า พนั กงานอัย การเห็ น ว่าการฟ้ องคดีอาญาจะไม่เป็ นประโยชน์ แก่ ส าธารณชน หรือจะมีผ ลกระทบต่ อความ ปลอดภัย หรือความมั่นคงของชาติ หรือต่อผลประโยชน์อันสำคัญของประเทศ ให้เสนอต่ออัยการสูงสุดให้มี อำนาจสั่งไม่ฟ้องได้ ทั้งนี้ ตามระเบียบที่สำนักงานอัยการสูงสุดกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ อัยการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการให้ใช้บังคับกับกรณีที่พนักงานอัยการไม่ยื่นคำร้องไม่ อุทธรณ์ ไม่ฎีกาถอนฟ้อง ถอนคำร้อง ถอนอุธรณ์ และถอนฎีกาด้วยโดยอนุโลม ประการที่หก คือ การทำความเข้าใจและการไกล่เกลี่ย ปัจจุบัน หลายหน่วยงานได้มีการสื่อสารและ ทำความเข้ า ใจกั บ เจ้ า หน้ า ที่ ในสั ง กั ด เกี่ ย วกั บ การทำงานของนั ก ปกป้ อ งสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน เช่ น ที่ ผ่ า นมา กระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดเพื่อแจ้งแนวทางการป้องกันแก้ไขปัญหา ความไม่สงบเรียบร้อยจากการคัดค้านการดำเนินการโครงการต่าง ๆ ของหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนใน พืน้ ที่ รวมทั้งกระทรวงกลาโหมได้จัดทำคู่มือการปฏิบัติงานในส่วนของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร และฝ่ายพลเรือนใน การดูแลผู้ชุมนุม อีกทั้งกระทรวงยุติธรรมโดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้เสนอร่างพระราชบัญญัติการไกล่ เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ. .... เพื่อให้มีระบบการไกล่เกลีย่ ระงับข้อพิพาทกลางโดยหน่วยงานภาครัฐ รวมทั้งไกล่เกลี่ย คดีอาญาในชั้นพนักงานสอบสวนอีกด้วย เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนในการยุติหรือระงับข้อพิพาทด้วยความ สมัครใจและพึงพอใจต่อคู่กรณีทั้งสองฝ่าย อันเป็นการเสริมสร้างความสมานฉันท์ในสังคม ซึ่งมาตรการดังกล่าว ถือเป็นมาตรการที่เพิ่มความคุ้มครองให้กับนักปกป้องสิทธิมนุษยชนได้เช่นกัน ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวได้รับ ความเห็นชอบจากที่ป ระชุมสภานิติบัญญั ติแห่งชาติเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 ให้ ประกาศใช้เป็น กฎหมายโดยให้มีผลบังคับใช้นับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป 65

Select target paragraph3

Connect to a paragraph
Connect to an entity
Disable highlights
Add to table of contents