หรือเจ้าของสถานประกอบการและหน่วยงานของรัฐจะต้องรับเข้าทำงาน อีกทั้งยังมีประกาศกระทรวงแรงงาน
เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการฟื้นฟูสมรรถภาพด้ านอาชีพการให้บริการที่มีมาตรฐานการคุ้มครอง
แรงงาน มาตรการเพื่ อการมีงานทำตลอดจนได้รับการส่ งเสริมการประกอบอาชีพ อิส ระและบริการสื่ อ สิ่ ง
อำนวยความสะดวก เทคโนโลยีและความช่วยเหลืออื่นใด เพื่อการทำงานและประกอบอาชีพของคนพิ การ
พ.ศ. 2555 ที่ กำหนดให้ ค นพิ ก ารมี สิ ท ธิเข้ า ถึงและใช้ ป ระโยชน์ จากมาตรการเพื่ อ การมี งานทำ เช่ น การ
ให้บริการจัดหางานและบรรจุงานที่เหมาะสมตามสมควร การรับจดแจ้งความต้องการรับคนพิการเข้าทำงาน
และติดตามผลการทำงานภายหลังจากที่นายจ้างรับเข้าทำงาน รวมทั้งการจัดให้มีเจ้ าหน้าที่ที่มีความรู้ความ
เข้าใจสำหรับบริการดังกล่าว การให้ คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการมีงานทำ และการประกอบอาชีพอิสระที่
เหมาะสมตามสมควร และตามความสามารถของคนพิการ เป็นต้น
อย่างไรก็ดียังคงมีการละเมิดสิทธิและปฏิบั ติไม่เป็นธรรม เช่น ในมิติของการเข้าถึงสุขภาพอนามั ย
การศึกษา การฝึกอบรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของโอกาสในการจ้างงานที่ยังคงมีอคติในการรับผู้พิการเข้า
ทำงาน เนื่องจากมีความคิดว่าผู้พิการไม่สามารถที่จะทำงานได้ เป็นต้น สำหรับกลไกการคุ้มครองกลุ่มผู้พิการ
จะมีกรมการจัดหางาน ในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจในการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการจ้างงานคนพิการได้
ให้ บ ริ ก ารจั ด หางานแก่ ค นพิ ก ารที่ ป ระสงค์ จ ะหางานทำ และให้ บ ริ ก ารแก่ น ายจ้ า งหรื อ เจ้ า ของสถาน
ประกอบการและหน่วยงานของรัฐที่ต้องการหาคนพิการเข้าทำงานโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ
พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 ห้ามไม่ให้มีการกำหนดนโยบาย
กฎ ระเบียบ มาตรการ โครงการ หรือวิธีปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐ องค์กรเอกชน หรือบุคคลใดในลักษณะที่
เป็ น การเลื อกปฏิ บั ติโดยไม่ เป็ น ธรรมต่อคนพิการ ทั้งนี้ คนพิการที่ ได้รับหรือจะได้รั บความเสียหายจากการ
กระทำในลักษณะที่เป็นการเลือกปฏิ บัติโดยไม่เป็นธรรมต่อคนพิการดังกล่าว มีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการ
ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ให้มีคำสั่งเพิกถอนการกระทำหรือห้ามมิให้กระทำการนั้น
นอกจากนี้ การให้ โอกาสและสิทธิการเข้าถึงการจ้างานคนพิการตาม พระราชบัญ ญัติ ส่งเสริมและ
พัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 ตามมาตรา 33 กำหนดให้นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการ
และหน่วยงานของรัฐรับคนพิการเข้า ทำงานตามลักษณะของงานในอัตราส่ว นที่เหมาะสมกับผู้ปฏิบัติงานใน
สถานประกอบการหรือหน่วยงานของรัฐ ทั้งนี้กฎกระทรวงกำหนดจำนวนคนพิการที่นายจ้างหรือเจ้าของสถาน
ประกอบการและหน่ ว ยงานของรั ฐ จะต้ อ งรั บ เข้ า ทำงาน และจำนวนเงิ น ที่ น ายจ้ า งหรื อ เจ้ า ของสถาน
ประกอบการจะต้องนำส่งเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2554 กำหนดให้นายจ้าง
หรือเจ้าของสถานประกอบการซึ่งมีลูกจ้างตั้งแต่หนึ่งร้อยคนขึ้นไปรับคนพิการที่สามารถทำงานได้ไม่ว่าจะอยู่ใน
ตำแหน่งใด ในอัตราส่วนลูกจ้างที่มิใช่คนพิการทุกหนึ่งร้อยคนต่อคนพิการหนึ่งคน และเศษของหนึ่งร้อยคนถ้า
เกินห้าสิบคนต้องรับคนพิการเพิ่มอีกหนึ่งคน และกำหนดให้หน่วยงานของรัฐซึ่งมีผู้ปฏิบัติงานตั้งแต่หนึ่งร้อยคน
ขึ้นไปรับคนพิการที่สามารถทำงานได้ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใดในอัตราส่วนผู้ปฏิบัติงานที่มิใช่คนพิการทุกหนึ่ง
ร้อยต่อคนพิการหนึ่งคน ��ศษของหนึ่งร้อยคนถ้าเกินห้าสิบคนต้องรับคนพิการเพิ่มอีกหนึ่งคน
อย่างไรก็ดี หากนายจ้ างหรือเจ้าของสถานประกอบการที่ไม่ได้รับคนพิการเข้าทำงานตามจำนวนที่
กำหนดตามมาตรา 33 พ.ร.บ. ดังกล่าวกำหนดให้ นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบนั้นจะต้ องส่งเงินเข้า
58
Select target paragraph3
Connect to a paragraph
Connect to an entity
Disable highlights
Add to table of contents