มีกลุ่มองค์กรและกลุ่ม ที่รวมตัวกันเกิดขึ้นมากมาย อาทิ กลุ่มสตรีบ้านแหลมนกมีบทบาทเป็น
แกนนําจิตอาสาในการหารายได้เข้าสู่ชุมชน กลุ่มชาวประมงพื้นบ้านมีบทบาทในการรักษาสิทธิ
การใช้ทรัพยากรร่วมกัน เช่น การได้รับและแจกปะการังเทียม พันธุ์สัตว์น้ํา เพื่อให้ประชาชนมี
รายได้ มีงานทํา เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมในชุมชนสามารถจัดสรรรายได้ บางส่วนให้กับมัสยิด
และตาดีกา7 กลุ่มบูนาดารามีบทบาทในการดูแลทรัพยากร คือปุาชายเลนซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่สร้าง
อาชีพเสริมของคนในชุมชน คือ การท่องเที่ยวเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ไปชมวิวอุโมงค์ปุาโกงกาง
กลุ่ ม ประมงและการท่ อ งเที่ ย วเชิ ง อนุ รั ก ษ์ ส ะพานไม้ บ านา มี บ ทบาทในการอนุ รั ก ษ์
ทรัพยากรธรรมชาติให้มีความสมบูรณ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวในอ่าวปัตตานี
3. แนวทางการสร้างความเข้มแข็งด้วยการสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอก การศึกษา
พบว่าเมื่อชาวบ้านในอ่าวปัตตานีรวมตัวกันหลายกลุ่ม เพื่อทําการเคลื่อนไหวได้มีหน่วยงานจาก
ภายนอกเข้ ามาให้ ก ารสนั บ สนุ น อาทิ การเคลื่ อ นไหวเรื่ อ ง อวนรุ น อวนลาก ไอ้ โ ง่ คราด
หอยแครง มีหน่วยงานที่เข้ามาสนับสนุน ได้แก่ หน่วยงานราชการ จิตอาสา และกลุ่มอนุรักษ์
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ได้ ให้ความรู้เกี่ยวกับการทํางานของภาครัฐ
ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมาย และช่วยเหลือกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านต่อการสร้างความ
เข้าใจในโครงการขนาดใหญ่ที่อาจจะละเมิดสิทธิชุมชน ส่วนการเข้าถึงสิทธิชุมชน หน่วยงานที่
เข้ามาสนับสนุน ได้แก่ นักวิชาการ และองค์กรนอกภาครัฐ (NGOs)ซึ่งช่วยปรับกระบวนการ
ทํ า งานให้ เป็ น ไปตามวิ ธี คิ ด ของชาวบ้ า นในมาตรการ 3 ด้ า น คื อ 1)การอนุ รั ก ษ์ แ ละฟื้ น ฟู
2) การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ํา 3) การปูองกันและปราบปรามการทําลายทรัพยากรชายฝั่ง โดยการ
ยอมรับจากภาคส่วนต่าง ๆ จนนําไปสู่การบรรจุไว้ในแผนยุทธศาสตร์ด้านการประมง
4. แนวทางการดําเนินการของภาครัฐเพื่อ ทําให้ชุมชนดั้งเดิมสามารถเข้าถึงและจัดการ
การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในพื้นที่ได้ หรือที่เรียกว่าสิทธิชุมชนได้นั้น พบว่าจําเป็นต้องให้
ความสําคัญกับการปรับปรุงหรือปฏิรูป กฎหมายร่วมกับการปฏิรูประบบราชการ โดยการ
ปรับปรุงแก้ไขกฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง นําเสนอข้อคิดเห็นและแนวคิดในการดําเนินการเพื่อ
ปฏิรูปโครงสร้างการทํางานและการปฏิรูประบบราชการเพื่อประโยชน์ในการทําให้ประชาชนใน
ชุมชนสามารถจัดการและเข้าถึงสิทธิชุมชนและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่
7
โรงเรียนตาดีกา เป็ นโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามเบื ้องต้ นแก่เด็กที่มีอายุระหว่าง 5-12 ขวบ ในวันเสาร์ -อาทิตย์ โรงเรียนตาดีกามี
มัสยิดเป็ น ศูนย์กลางในการจัดการเรี ยนการสอน ซึง่ ถือว่าเป็ นการศึกษา ภาคบังคับตาม หลักศาสนาอิสลาม โดยไม่มีรูปแบบ
หลักสูตร และตาราที่แน่นอน ทาการสอน ตามอัธยาศัย โดยเน้ นหลักปฏิบตั ิของศาสนาอิสลาม
64