3. การใช้ความจริงใจในการแก้ไขปัญหาและไม่ซ้ําเติมปัญหาให้บานปลายจนสร้างความ
ขัด แย้ ง ในชุ ม ชน ตั ว อย่ างที่ ดี ได้ แ ก่ การจั ดการทรั พ ยากรและการทํ า ประมงบริ เวณบ้ าน
แหลมนก หมู่ที่ 2 หมู่ที่ 3 หมู่ที่ 8 และหมู่ที่ 9 ตําบลบานา อําเภอเมือง จังหวัด ปัตตานี โดย
การช่ ว ยเหลื อ ของกลุ่ ม มู ล นิ ธิ ท นายความมุ ส ลิ ม ด้ ว ยการทํ า ให้ ช าวบ้ า นไว้ ใ จโดยให้ ก ลุ่ ม
ทนายความเข้าไปอยู่กับชาวบ้านไปอยู่กินกับ ชาวบ้านในพื้นที่ ปฏิบัติศาสนกิจ (ละหมาด)กับ
ชาวบ้าน จนทําให้ชาวบ้านยอมรับและผลสําเร็จที่เกิดขึ้น คือชาวบ้านกลุ่มนั้นได้รับคําแนะนํา
จากกลุ่มทนายความในเรื่องการประมงและในเรื่องของกฎหมายอื่น ๆ สําหรับบางหมู่บ้านที่ไม่
เป็นผลสําเร็จ เพราะทนายความกลุ่มนี้เข้าไปในลักษณะทนายความชาวบ้านจึงไม่ให้ความ
ร่วมมือมากนัก
4. มี ส ถาบั น ที่ เ ป็ น ที่ ยึ ด เหนี่ ย วความรู้ สึ ก ชุ ม ชนในพื้ น ที่ 3 จั ง หวั ด ชายแดนภาคใต้
ที่ชาวบ้านไว้ใจ��ากที่สุด สถาบันศาสนาของทุก หมู่บ้านคือ มัสยิด ซึ่งจะเป็นสถาบันเชื่อมต่อ
ชุมชนกับองค์กรหรื อหน่วยงานภายนอกได้ดี เนื่องจากกรรมการมัสยิดจะประกอบด้วยหลาย
ภาคส่วนในชุมชนรวมถึงผู้นําสี่เสาหลัก6ด้วย
6.3 เงื่อนไขที่เป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิชุมชนในอ่าวปัตตานี
1. เจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังได้ เนื่องจากกลุ่มที่ใช้เครื่องมือ
ทําลายล้างก็คือผู้มีอิทธิพลที่มีอํานาจในพื้นที่นั้น ๆ หากเป็นชาวบ้านธรรมดามีเครื่องมือก็จะ
เก็บเอาไปซ่อนเพื่อไม่ให้โดนจับกุมจากเจ้าหน้าที่ เช่น มีการให้ข้อมูลว่า “ไอ้โง่” เป็นเครื่องมือ
ที่มาจากนายทุนที่เอามาจากนอกพื้นที่ แต่ปัจจุบันไอ้โง่มี กระจายอยู่เป็นจํานวนมากในจังหวัด
ปัตตานี
2. อุปสรรคด้านการสื่อสารระหว่างชาวบ้านที่ใช้ภาษามลายูกับหน่วยงานภาครัฐที่ใช้
ภาษากลาง อาจทําให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในการสื่อสารได้
6
ผู้นาสี่เสาหลักประกอบด้ วย 1.กานัน/ผู้ใหญ่บ้าน 2.โต๊ ะอิหม่าม 3.นายกเทศมนตรี/นายกองค์การบริหารส่วนตาบลและสมาชิกใน
องค์การปกครองส่วนท้ องถิ่น และ 4.ตัวแทนชาวบ้ านซึง่ คัดสรรมาจากคนที่ชมุ ชนให้ การยอมรับ ซึง่ เป้าหมายในการรวมกลุม่ คน
ทังหมด
้
คือการกาหนดกติการ่วมกันเพื่อป้องกันปั ญหาอาชญากรรม การพนัน ยาเสพติด และดูแลความสงบเรียบร้ อยในพื ้นที่ของ
ตนเอง
61