มาตรการหรือแนวทางที่เหมาะสมในการปูองกันหรือแก้ไขการละเมิดสิทธิมนุษยชนดังกล่าว
ข้างต้น ต่อคณะรัฐมนตรี คณะรักษาความสงบแห่งชาติ รัฐสภา และกระทรวงคมนาคมตาม
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 247(1) ดังนี้
1) คณะรัฐมนตรี คณะรักษาความสงบแห่งชาติและรัฐสภาควรแก้ไขพระราชบัญญัติการ
เดินเรือในน่านน้ําไทย (ฉบับที่ 17)พ.ศ.2560 เพื่อขยายเวลาการแจ้งการฝุาฝืนตามมาตรการ
18 ออกไปอีกไม่น้อยกว่า 1 ปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัติการเดิ นเรือในน่านน้ําไทย (ฉบับที่ 17)
พ.ศ.2560 ใช้บังคับหรือจนกว่าจะมีการแก้ไขกฎกระทรวงตามมาตรา 17 เสร็จสิ้น
2) กระทรวงคมนาคมควรดําเนิ นการแก้ไขกฎกระทรวง โดยกําหนดให้ “อาคารและ
บ้านเรือน ศาลาริมน้ํา สะพานทางเดินลงน้ํา”เป็นอาคารที่มีลักษณะและประเภทของสิ่งล่วงล้ํา
ลําน้ําที่พึ่งอนุญาต ทั้งนี้ โดยกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน
3) คณะรัฐมนตรีควรพิจารณามอบหมายให้หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบประเมินผล
กระทบจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ําไทย (ฉบับที่ 17) พ.ศ.2560 โดย
นําหลักการประเมินหรือวิเคราะห์ผลกระทบในการออกกฎหมาย (Regulatory Impact
Assessment : RIA) มาเป็นเครื่องมือในการประเมินหรือวิเคราะห์
4) กระทรวงคมนาคมควรพิ จารณาปรั บ ปรุ ง แก้ ไ ขกฎหมายเกี่ ย วกั บการเดิน เรื อ ใน
น่านน้ํา ไทยให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของชุมชนชายฝั่งและชุมชนริมน้ํา เนื่องจากชุมชนดังกล่าว
ไม่ใช่สิ่งล่วงล้ําลําน้ํา แต่เป็นวิถีชีวิตของชุมชนอันได้รับการรับรองตามรัฐธรรมนูญ โดยต้อง
พิจารณากําหนดนิยามของชุมชนชายฝั่งและชุมชนริมน้ําแยกออกจากสิ่งล่วงล้ําลําน้ํา เพื่อให้
เกิดความชัดเจนและจําแนกประเภทชุมชนดั้งเดิมออกจากการบุกรุกใหม่ รวมทั้งควรกําหนดให้
มีบทบัญญัติเกี่ยวกับชุมชนชายฝั่งและชุมชนริมน้ําไว้เป็นการเฉพาะ(กสม.2, 2560, น.12-13)
จะเห็นได้ว่าการดําเนินการตามรัฐธรรมนูญของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้คุ้มครอง
สิทธิมนุ ษยชนและสิทธิ ชุมชนภายใต้ก รอบรัฐธรรมนู ญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช
2560 มาตรา 57 บัญญัติไว้ว่ารัฐต้อง
(1) อนุรักษ์ ฟื้นฟู และส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม
และจารีตประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นและของชาติ และจัดให้มีพื้นที่สาธารณะสําหรับกิจกรรม
ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชน ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ได้ใช้สิทธิและมีส่วนร่วม ในการดําเนินการด้วย
49