พ.ศ.2558 มาตรา 4(2) ที่ประสงค์จะปกปูองคุ้มครองและให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุน
ประมงพื้นบ้านและชุมชนประมงท้องถิ่น จึงมีข้อเสนอแนะนโยบายและข้อเสนอในการปรับปรุง
กฎหมาย และกระทรวงคมนาคมดังนี้
1) คณะรัฐมนตรีคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ และ กรมประมงควรแก้ไข
พระราชกําหนดประมง พ.ศ.2558 มาตรา 34 ที่บัญญัติว่า “ห้ามมิให้ผู้ได้รับอนุญาตทําการ
ประมงพื้นบ้าน ทําการประมงในเขตทะเลนอกชายฝั่ง”โดยอาจนําความในมาตรา 43 วรรคสาม
ของพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2558 ที่กําหนดให้ผู้ทําประมงด้วยเครื่องมือการประมงที่
ใบอนุญาตตามมาตรา 42 (ใบอนุญาตเครื่องมือทําการประมงในเขตประมงทะเลชายฝั่ง) หรือ
เครื่องมือทําการประมงพื้นบ้านตามที่รัฐมนตรีประกาศกําหนดทําการประมงในเขตประมงทะเล
นอกชายฝั่งโดยไม่ต้องมีใบอนุญาตมาปรับใช้
2) คณะรัฐมนตรีคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ และ กรมประมงควร
พิจารณาแก้ไขหรือปรับปรุงบทบั ญญัติของพระราชกําหนดการประมง พ.ศ.2558 ในส่วนที่
จําแนกชาวประมงพื้นบ้านด้วยขนาดเรือต่ํากว่า 10 ต��นกรอส โดยเปลี่ยนเป็นจําแนกประเภท
การประมงพื้นบ้านตามประเภทของเครื่องมือการประมงและลักษณะเฉพาะของการทําประมง
3) คณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติกรมประมง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ควรจัดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นและให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้มีส่วนร่วมในการปรับปรุง
พระราชกําหนดการประมง พ.ศ.2558 ตลอดจนประกาศ กฎ หรือระเบียบ ที่เกี่ยวข้องกับการ
ปฏิบัติให้เป็นไปตามพระราชกําหนดการประมง พ.ศ.2558
4) ศูนย์บัญชาการแก้ไขปั ญหาการทําประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.)ควรออกประกาศ
เพิ่มเติมในเรื่องการกําหนดให้มีการจดทะเบียนเรือไทยสําหรับการประมง ตามคําสั่งหัวหน้า
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 10/2558 ลงวันที่ 28 เมษายน 2558 เรื่อง การแก้ ไข
ปัญหาการทําประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม เพื่อให้เรือประมงพื้นบ้าน
สามารถขึ้นทะเบียนเรือประมงและปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายประมง
5) กรมเจ้าท่าควรพิจารณาปรับปรุงกฎข้อบังคับสําหรับการเดินเรือในส่วนที่เกี่ยวข้อง
กับเรือประมงพื้นบ้าน และวิถีชีวิตของชุมชนชายฝั่ง โดยกําหนดระยะทางเดินเรือออกจาก
ชายฝั่งและเกาะให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริง รวมทั้งเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น และให้ชาวประมง
พื้นบ้านซึ่งมีความสามารถมีเรือได้เพียงลําเดียว สามารถจดทะเบียนเพื่อประกอบอาชีพ ทั้งการ
47