อํ า นาจของพระผู้ เ ป็ น เจ้ า ซึ่ ง อยู่ เ หนื อ สิ ท ธิ ที่ ถู ก กํ า หนด และให้ ค วามหมายโดยรั ฐ
ประชาชาตินี้เอง ทําให้มนุษย์นับตั้งแต่ชายหญิงคู่แรกจนกระทั่งลูกหลานที่ดํารงเผ่าพันธุ์สืบ
เรื่อยมา ต้องปฏิบัติตนตามคําสั่งใช้ของพระผู้เป็นเจ้า ซึ่งย่อมหมายความว่าสิทธิในการกระทํา
การต่าง ๆ ก็ต้องอาศัยบทบัญญัติหรือคําสั่งใช้ที่มาจากพระผู้เป็นเจ้าอีกที การดําเนินไปของ
สิทธิในชุมชนก่อนความเป็นรัฐประชาชาติ (Nation State) เป็นการกําหนดโดยอํานาจที่เหนือ
ไปจากมนุษย์ วิถีชีวิตของชุมชนในบรรพกาลจึงเป็นความผูกพันในสิทธิที่ขึ้นอยู่กับพระผู้เป็นเจ้า
เทพเจ้า หรือพลังอํานาจต่าง ๆ ตามแต่ความเชื่อได้มอบให้ หากฝุาฝืนหรือละเมิดก็จะนําไปสู่
ความโชคร้าย ภัยพิบัติ หรือโทษทัณฑ์ในนรก อันหมายถึงความผิดบาปที่ตนเองได้ละเมิดสิทธิ
ตามคําสั่งของพระผู้เป็นเจ้า ซึ่งโทษทัณฑ์เหล่านี้ต่างกระทบต่อชีวิต และความเป็นอยู่ของชุมชน
การเซ่นบูชาหรือเคารพสิ่งต่าง ๆ ในธรรมชาติเปรียบเสมือนการให้ความเคารพต่อเทพเจ้า
ตลอดจนปีศาจ การที่คนในชุมชนจะกระทําการใดตามสิทธิจึงต้องทําพิธีกรรมเพื่อขอจากสิ่ง
ศักดิ์สิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นผลผลิต ตลอดจนการแสวงหาทรัพยากรเพื่อการดํารงอยู่ เพราะสิทธิไม่ใช่
เรื่องของมนุษย์ตั้งแต่แรก หากแต่เป็นอํานาจจากสิ่งเร้นลับที่มนุษย์มิอาจต่อกร หรือเอาชนะได้
สิทธิตามกรอบความเชื่อแต่ ละท้องถิ่น จึงเป็นเรื่องที่ผูกพันกับความเป็นชุมชน หรือก่อนความ
เป็นชุมชนตั้งแต่ยุคเข้าปุาล่าสัตว์ ก่อนการมีรัฐ มีกฎหมายเสียอีก ถึงกระนั้น สิทธิก็ไม่ได้เป็น
สิทธิขาดจากสิ่งอื่นเสียทีเดียว ซึ่งความเป็นสิทธินี้เองนั้นไม่สามารถตัดขาดไปจากความเป็น
ข้อปฏิบัติ (Regulation) ไปได้ ขึ้นอยู่กับว่าสิทธิที่ว่าจะถูกตราไว้ในรัฐธรรมนูญ หรือคัมภีร์
เป็นสิทธิที่มีเจ้าของเป็นพระเจ้า เทพ ปีศาจ รัฐประชาชาติ หรือสหประชาชาติ
อย่างไรก็ตาม บริบททางสังคมก็ถือว่ามีอิทธิพลสําคัญในการกําหนดความเข้าใจว่าสิทธิ
นั้นเป็นไปตามวิธีคิด และวิถีชีวิตในลักษณะแบบใด การอธิบายสิทธิด้วยกับการสร้างมาตรฐาน
เดี ย วในการทํ า ความเข้ า ใจวิ ถี ชี วิ ต ของผู้ ค นในสั ง คมที่ ก่ อ กํ า เนิ ด ขึ้ น อย่ า งซั บ ซ้ อ นในทาง
ประวัติศาสตร์จึงเป็นการทําความเข้าใจที่คับแคบและตายตัว สิทธิการดํารงอยู่ของผู้คนในทาง
สังคมจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปตามบริบทของชุมชนหรือสังคม อันเป็นธรรมชาติของผู้คนในแต่ละถิ่น
นั้น ๆ ตั้งแต่เดิม กระนั้น พลวัตทางสังคมที่ปรับเปลี่ยนไปกลับนําไปสู่ความทับซ้อนในเรื่องของ
ชุดคุณค่า และการให้ความหมายทางสังคม การแสดงอํานาจเพื่อลดทอนหรือตัดทิ้งผ่านการ
ต่อสู้ของสภาวะต่าง ๆ จึงดําเนินมาตลอดในประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาว
อินเดียนแดงในทวีปอเมริกาหรือการล่าอาณานิคมของจักรวรรดิอังกฤษ ตลอดจนการกําหนด
ความเป็นตะวันออก ตะวันตก ได้แสดงให้เห็นถึงเส้นแบ่งทางชุดคุณค่าในการกําหนดผ่านการ
12