บทที2่
แนวคิด ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
บทนี้ผู้วิจัยนําเสนอแนวคิดทฤษฎี และวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของ
ภาคประชาสังคมเรื่องสิทธิชุมชน รัฐธรรมนูญ กฎหมายที่เกี่ยวข้องซึ่งได้สํารวจและสืบค้นข้อมูล
จากเอกสาร หนั ง สื อ งานวิ จั ย ตั ว บทกฎหมาย รวมทั้ ง ข้ อ มู ล คํ า ร้ อ งและรายงานผลการ
ตรวจสอบฯของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเพื่อศึกษากรอบอํานาจและหน้าที่ของผู้ที่
เกี่ยวข้อง
1. สถานการณ์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวด้านสิทธิชุมชน
สิทธิ (Rights) ในสภาวะสังคมสมัยใหม่นั้นได้ถูกกําหนดขึ้นด้วยกับระบบความสัมพันธ์ที่
มีต่อกันระหว่างรัฐ และสังคม ความเข้าใจในเรื่องที่ว่ามนุษย์คนหนึ่งเกิดมาจะต้องได้รับการ
ปฏิ บั ติ อ ย่างเท่ าเที ย มผ่ านเป็ น ตั วแสดงหลั ก กระนั้ น กลไกทางเศรษฐกิ จต���มแนวความคิ ด
ของอดัม สมิธ ในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 จนถึงศตวรรษที่ 20 ก็มีความสําคัญในการทําให้
เรื่องสิทธิเป็นสิ่งกําหนดขนาดของรัฐเชิงอํานาจ ตลอดจนกลไกทางกฎหมายในการที่จะชี้ชัดถึง
สิทธิในการเข้าควบคุมรัฐผ่านระบบนิติรัฐ (ธเนศ วงศ์ยานนาวา, 2559, น.348) จึงกล่าวได้ว่า
สิทธินั้นเป็นการประกอบสร้างผ่านสภาวะของความเป็นสมัยใหม่ ในขณะเดียวกัน สภาวะความ
เป็ น สมั ย ใหม่ นี้ เ องก็ มี ค วามต้ อ งการที่ ส ลั ด ความคิ ด เรื่ อ งความเชื่ อ หรื อ ศาสนาออกไป
(ธเนศ วงศ์ยานนาวา, 2544) เพื่อแสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญที่จะกําหนดวิถีชีวิต หรือความ
เป็นไปแห่งชะตากรรมด้วยตนเอง การเกิดแนวคิดว่าด้วยสัญญาประชาคม (Social contract
Theory) จึงเป็นเครื่องหมายทางประวัติศาสตร์ว่าด้วยสิทธิในสังคมสมัยใหม่ที่แสดงให้เห็น
ความสําคัญของผู้คนต่อการกําหนดสังคมการเมืองผ่านความเป็ นปัจเจก (Individual) โดยที่
สมาชิกในสังคมต่างเชื่อว่าตนมีสิทธิในการกําหนดชะตากรรมทางการเมือง ซึ่ง หากมองตามวิธี
คิดแบบศาสนาแล้ว ชะตากรรมเป็นเรื่องที่พระผู้เป็นเจ้ากําหนดมาตั้งแต่เดิม ชะตากรรมไม่ใช่
เรื่องของมนุษย์ที่จะทําการแตะต้อง ตกแต่งหรือให้เป็นไปตามความปรารถนาของตน แม้ว่าพลัง
อํ า นาจในการกํ า หนดชะตากรรมนั้ น จะมาจากสิ่ ง ที่ เ รี ย กว่ า เจตจํ า นงร่ ว มทางการเมื อ ง
(Political Will) ก็ตาม
11