(2) ส่งเสริม และเผยแพร่ให้เด็ ก เยาวชน และประชาชนทั่ วไปตระหนักถึ ง สิทธิมนุษยชนของแต่ละบุคคลที่ทัดเทียมกัน และการเคารพในสิทธิมนุษยชนของบุคคลอื่นซึ่ง อาจแตกต่างกันในทางวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และศาสนา (3) ส่งเสริมความร่วมมือและการประสานงานระหว่างหน่วยงานของรัฐองค์กร เอกชน และองค์การระหว่างประเทศในด้านสิทธิมนุษยชน (4) เสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการที่ประเทศไทยจะเข้าเป็นภาคี หรือการปฏิบัติตามหนังสือสัญญาเกี่ยวกับการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (5) ออกระเบียบหรือประกาศเพื่อปฏิ บัติการตามพระราชบัญญัติป ระกอบ รัฐธรรมนูญนี้ (6) หน้ า ที่ แ ละอํ า นาจอื่ น ตามที่ กํ า หนดไว้ ใ นพระราชบั ญ ญั ติ ป ระกอบ รัฐธรรมนูญนี้หรือกฎหมายอื่น หน้ าที่ แ ละอํ านาจของสํ า นั ก งานคณะกรรมการสิ ทธิ ม นุ ษ ยชนแห่ ง ชาติ ต าม มาตรา 48 (3) ศึกษา รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูล และสนับสนุนให้มีการวิจัยเกี่ยวกับงานของ คณะกรรมการ รวมทั้งประสานงานกับหน่วยงานของรัฐ องค์กรเอกชนหรือองค์กรอื่นใดในด้าน สิทธิมนุษยชน เพื่อประโยชน์ในการสนับสนุนภารกิจและหน้าที่ของคณะกรรมการ นอกจากนี้ แผนยุทธศาสตร์ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พุทธศักราช 2560 – 2565 ยุทธศาสตร์ที่ 3 กลยุทธ์ที่ 3.2 ได้กําหนดให้มีการส่งเสริมสถาบันวิชาการใน ท้องถิ่นเป็นที่พึ่ง ของชุมชนเพื่อ การส่งเสริมสิ ทธิมนุษยชน และแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิ มนุษยชนในพื้นที่ โดยสนับสนุนให้มีความร่วมมือ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างองค์กรกับ ชุมชน การรับเรื่องราวร้องทุกข์ การพัฒนาองค์ความรู้ ตลอดจนการสนับสนุนให้มีการวิจัยเชิง ปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research : PAR) ดังนั้น สํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) จึงเห็นควรให้มี โครงการศึกษาวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research: PAR) เพื่อการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน เรื่อง “การเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิชุมชนของชุมชน ประมงพื้นบ้านอ่าวปัตตานี” ขึ้น เพื่อศึกษาสถานการณ์ และสภาพปัญหาสิทธิชุมชนที่เกี่ยวข้อง กับระบบการจัดการทรัพยากร และการเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลในการประกอบ อาชีพของคนในพื้นที่อ่าวปัตตานี การรวมกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชน และการมีส่วนร่วม ในการเข้าถึงสิทธิชุมชนของชุมชนของชาวประมงพื้นบ้านอ่าวปัตตานี และหาแนวทางการ 7

Select target paragraph3