รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๘ ที่ชัดเจน เป็นไปเพื่อเหตุผลที่ชอบธรรม รัฐไม่สามารถหา วิธกี ารอืน่ มาทดแทนได้ และการใช้อย่างจ�ำกัดและเท่าทีจ่ ำ� เป็น ได้สดั ส่วนทีเ่ หมาะสมกับสถานการณ์ และเป็นมาตรการจ�ำเป็น ในสังคมประชาธิปไตย เป็นต้น หรือกรณีที่สิทธิบางประเภทที่ รัฐจะสามารถท�ำให้กา้ วหน้าหรือเป็นจริงได้ อาจต้องด�ำเนินการ อย่างค่อยเป็นค่อยไปภายใต้ทรัพยากรที่มีอยู่ (Progressive Realization of Rights) แต่รัฐก็จ�ำเป็นต้องแสดงความมุ่งมั่น และมีแนวทางการด�ำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม กล่าวคือ มี ก ารก� ำ หนดให้ บ รรลุ เ ป้ า หมายที่ ชั ด เจน (Progressive Achievement) เช่ น มี แ ผนการปฏิ บั ติ ง าน ระยะเวลา ก�ำลังบุคลากร ผู้รับผิดชอบ และการติดตามผลการปฏิบัติ อย่างแท้จริง มีการจัดสรรทรัพยากรอย่างเพียงพอ/เหมาะสม (Maximum Available Resources) และไม่มกี ารเลือกปฏิบตั ิ (Non-discrimination) ดังนั้น กสม. จะได้น�ำเกณฑ์และแนวทางดังกล่าวข้างต้นมาประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในรายงานฉบับนี้ ทั้งนี้ ด้วยความพยายาม ในการจัดท�ำรายงานที่เสนอข้อมูลที่เป็นกลาง ปราศจากอคติ หรือมีข้อกังขาเกี่ยวกับที่มาของข้อมูลให้มากที่สุด กสม. จึงพยายาม ใช้ข้อมูลปฐมภูมิที่ได้จากการปฏิบัติงานโดยตรง ทั้งจากการติดตามตรวจสอบกรณีร้องเรียน การติดตามสอบถามหน่วยงานปฏิบัติ ทั้ ง ภาครั ฐ และเอกชน ตลอดจนการปฏิ บั ติ ง านอื่ น ๆ ที่ มี ส ่ ว นเกี่ ย วข้ อ งเป็ น ส่ ว นส� ำ คั ญ ในขณะที่ จ ะตรวจสอบความถู ก ต้ อ ง และความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงจากแหล่งข้อมูลอื่น ๆ ประกอบในบางส่วน อนึง่ ในกระบวนการจัดท�ำรายงานการประเมินสถานการณ์สทิ ธิมนุษยชนในประเทศไทยทีผ่ า่ นมาขององค์กร พบว่า กลไกและกระบวนการ ติดตามประเมินสถานการณ์มีลักษณะเฉพาะกิจ โดยมีเป้าหมายในการจัดท�ำรายงานประจ�ำปี มากกว่าการด�ำเนินงานเฝ้าระวัง และประเมินสถานการณ์อย่างเป็นระบบและต่อเนื่องเพื่อน�ำผลของการเฝ้าระวังมารวบรวม วิเคราะห์ สังเคราะห์ เพื่อจัดท�ำ เป็ น รายงานในแต่ ล ะปี กสม. จึ ง ได้ เ ริ่ ม พั ฒ นากลไกเฝ้ า ระวั ง ติ ด ตาม ตรวจสอบ และประเมิ น สถานการณ์ สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน อย่างเป็นระบบ (Monitoring, Evaluation and Reporting Mechanism) เพื่อให้สอดคล้องกับบทบาทหน้าที่ของ NHRIs ตามหลักการปารีสยิง่ ขึน้ โดยเริม่ จากการจัดท�ำรายงานการประเมินสถานการณ์สทิ ธิมนุษยชนในประเทศไทย ประจ�ำปี ๒๕๕๘ อย่างไรก็ดี การพัฒนากลไกดังกล่าว จ�ำเป็นต้องพัฒนาระบบการด�ำเนินงานภายในองค์กร การพัฒนาศักยภาพบุคลากรและระบบฐานข้อมูล ซึง่ คาดว่า จะใช้ระยะเวลาหนึ่งเพื่อให้กลไกการด�ำเนินงานมีความสมบูรณ์ และสามารถด�ำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเต็มที่ ๕ ได้แก่ สิทธิที่ปรากฏตามข้อ ๖ ข้อ ๗ ข้อ ๘ ข้อ ๑๑ ข้อ ๑๕ ข้อ ๑๖ และข้อ ๑๘ ตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ๖ ข้อ ๑๙ (๓) ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) 6 บทที่ ๑ กรอบการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชน ในการประเมิ น สถานการณ์ สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนตามแนวทาง ข้างต้นรายงานยังได้ค�ำนึงถึงหลักกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่าง ประเทศที่ก�ำหนดนัยส�ำคัญอื่น ๆ ในการส่งเสริมและคุ้มครอง สิทธิมนุษยชน อาทิ สิทธิบางประการที่เป็นสิทธิแบบเบ็ดเสร็จ เด็ ด ขาด (Non-Derogable Rights) ซึ่ ง มิ อ าจเพิ ก ถอนหรื อ ลิดรอนได้ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม๕ เช่น สิทธิที่จะ มี ชี วิ ต อยู ่ สิ ท ธิ ที่ จ ะไม่ ถู ก ทรมาน และในกรณี ที่ เ ป็ น สิ ท ธิ ที่ รั ฐ อาจจ� ำ กั ด หรื อ เพิ ก ถอนได้ ชั่ ว คราว (Derogable Rights) ในบางสถานการณ์ ที่ ก ฎหมายสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนระหว่ า งประเทศ ยินยอมให้รัฐกระท�ำได้เพื่อ��ัตถุประสงค์บางประการ ได้แก่ ความ มั่นคงของชาติ ความสงบเรียบร้อย การสาธารณสุข หรือเพื่อ ศีลธรรม๖ โดยรัฐต้องด�ำเนินการตามแนวทางที่เป็นที่ยอมรับ ตามกฎหมายระหว่างประเทศ เช่น มีการบัญญัติไว้เป็นกฎหมาย

Select target paragraph3