รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๘
๓.๕ กลุ่มชาติพันธุ์ ชนเผ่าเเละชนพื้นเมือง
การด�ำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มชาติพันธุ์ ชนเผ่า และชนพื้นเมือง ยังไม่มีการก�ำหนดหน่วยงานที่ประสานงานหรือรับผิดชอบ
อย่ า งชั ด เจน ขาดการจั ด ท� ำ แผนแม่ บ ท การด� ำ เนิ น การติ ด ตามการปฏิ บั ติ ต ามแผนต่ า ง ๆ ที่ เ กี่ ย วข้ อ ง รวมถึ ง การ
มีกฎระเบียบที่แตกต่างหลากหลาย และไม่เป็นปัจจุบัน การขาดการมีส่วนร่วมของฝ่ายต่าง ๆ และขาดบุคลากรที่มี
ประสบการณ์ในการปฏิบัติงาน ซึ่งท�ำให้ไม่มีการจัดท�ำระบบข้อมูลที่สมบูรณ์ และปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้
ยังพบสถานการณ์ที่เป็นความเสี่ยงหลัก ๆ ของกลุ่มดังกล่าว เช่น การขาดความมั่นคงหรือความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับที่ดิน
ที่ท�ำกิน และที่อยู่อาศัย เนื่องจากปัญหากรรมสิทธิ์การถือครองที่ดินหรือการใช้ประโยชน์บนพื้นที่ การขาดระบบข้อมูล
ที่ชัดเจนและความขัดแย้งเชิงนโยบายระหว่างการพัฒนาและการอนุรักษ์ธรรมชาติ การขาดความมั่นคงในสิทธิและสถานะ
บุคคลทางกฎหมาย เนื่องจากความแตกต่างหลากหลายของกลุม่ ชาติพนั ธุ์จำ� นวนมาก การตัง้ ถิน่ ฐานกระจายตามภูมภิ าคต่าง ๆ
ซึ่งในหลายพื้นที่มีความทับซ้อนระหว่างพรมแดนของประเทศ บางกลุ่มยังมีวิถีชีวิตเคลื่อนย้าย ท�ำให้การส�ำรวจและก�ำหนด
สถานะบุคคลทางกฎหมายท�ำได้ล่าช้า ขาดความสมบูรณ์และมีความคลุมเครือในการลงบันทึกข้อมูล มีการเรียกร้อง
ผลประโยชน์จากการยื่นเรื่องขอสถานะบุคคล นอกจากนี้ ยังมีข้อจ�ำกัดในทางปฏิบัติในกรณีของบุคคลที่มีสถานะบุคคล
ทางกฎหมายแล้วแต่ยังไม่สามารถเข้าถึงบริการพื้นฐานของรัฐ ทั้งด้านการศึกษา การบริการด้านสุขภาพ รวมถึงเสรีภาพ
ในการเดินทาง ตลอดจนการขาดความมั่นคงในการด�ำรงชีวิต เนื่องจากสภาพความยากจน
ทั้งนี้ ได้ประเมินสถานการณ์ด้านกลุ่มชาติพันธุ์ ชนเผ่า เเล���ชนพื้นเมือง โดยมีข้อเสนอหลัก ๆ ได้แก่ (๑) การพัฒนาและเพิ่ม
ประสิทธิภาพของกลไกในการพิสูจน์สถานะบุคคลทางกฎหมาย โดยสร้างความร่วมมือกับภาคประชาสังคมในการส�ำรวจ
และแก้ไขปัญหาความล่าช้าในการลงรายการสัญชาติ หรือการพิสูจน์สถานะบุคคลทางกฎหมาย โดยด�ำเนินการควบคู่ไป
กับการส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ ส�ำหรับผู้ปฏิบัติงานด้านการทะเบียนราษฎร รวมถึงการก�ำหนดแนวทางในการแก้ไข
ปัญหาสถานะบุคคลของบุคคลในบางกลุ่มที่ได้รับการส�ำรวจ และจัดท�ำทะเบียนตามยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาสถานะ
และสิทธิของบุคคล พ.ศ. ๒๕๔๘ (๒) การพัฒนาและเพิม่ ประสิทธิภาพของกลไกในการพิสจู น์สทิ ธิในทีด่ นิ ทีท่ ำ� กินและทีอ่ ยูอ่ าศัย
ซึ่งมีข้อพิพาท โดยสร้างความร่วมมือกับภาคประชาสังคมในการส�ำรวจและแก้ไขปัญหา (๓) การก�ำหนดกรอบและเกณฑ์
ทีช่ ดั เจนในการพิจารณาเรือ่ งผลกระทบต่อความมัน่ คงของรัฐ และพิจารณาทบทวนให้ผทู้ เี่ ป็นคนไทยโดยการแปลงสัญชาติซงึ่ อาศัย
อยู่ในประเทศไทยมานานแล้วให้สามารถมีส่วนร่วมในการปกครองส่วนท้องถิ่นได้ในบางกรณี (๔) การสนับสนุนกลุ่มเด็กที่มี
ปัญหาสถานะในการเข้าเรียนในสถานศึกษา โดยการจัดสรรงบประมาณและการพัฒนาต่าง ๆ ให้เพียงพอและเหมาะสม รวมถึง
การส่งเสริมให้เกิดการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนแบบพหุวัฒนธรรม/ภาษา และ (๕) การพิจารณาและให้ความส�ำคัญ
กับการก�ำหนดอัตลักษณ์ตัวตนของกลุ่มชาติพันธุ์ ชนเผ่า และชนพื้นเมือง โดยพิจารณารับรอง (ร่าง) พระราชบัญญัติ
สภาชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย พ.ศ. ....
XXI