รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๘
และผูป้ ระกอบการส่วนใหญ่ยงั ไม่มคี วามพร้อมในการรองรับการปฏิบตั งิ านของคนพิการ จึงเลือกการจ่ายเงินชดเชยเข้ากองทุนฯ
มากกว่าการจ้างคนพิการเข้าท�ำงาน ในขณะทีค่ นพิการยังขาดทักษะ ความรู้ ความสามารถเฉพาะทาง (๔) ด้านสิทธิทางสุขภาพ
พบว่า ระบบประกันสุขภาพของรัฐทั้ง ๓ ระบบ ก�ำหนดสิทธิประโยชน์ครอบคลุมประเภทความพิการไม่เท่าเทียมกัน
กสม. จึงเสนอให้รัฐจัดท�ำมาตรการเชิงรุกในแนวทางสิทธิมนุษยชนพร้อมติดตามการด�ำเนินงานอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
ทั้งการจัดท�ำบัตรประจ�ำตัวและระบบฐานข้อมูลคนพิการที่สมบูรณ์โดยไม่เลือกปฏิบัติ การเตรียมความพร้อมของสถานศึกษา
ทั้งด้านบุคลากร และอุปกรณ์สนับสนุน การพัฒนาระบบการจ้างงานหรือสร้างอาชีพให้คนพิการในชุมชน หรือภูมิล�ำเนา
ของคนพิการ การพัฒนาและตรวจสอบการจัดท�ำโครงสร้างพื้นฐานที่เน้นอารยสถาปัตย์ รวมถึงการส่งเสริมการมีส่วนร่วม
ของคนพิการในทุกระดับ
๓.๔ กลุ่มผู้สูงอายุ
รั ฐ บาลได้ ส ่ ง เสริ ม สิ ท ธิ ข องผู ้ สู ง อายุ ต ามพระราชบั ญ ญั ติ ผู ้ สู ง อายุ พ.ศ. ๒๕๔๖ โดยเฉพาะทางด้ า นเศรษฐกิ จ สั ง คม
และสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมในการด�ำรงชีวิตที่ดี แต่ยังมีไม่มากพอ ท�ำให้ผู้สูงอายุส่วนใหญ่เสียโอกาสในการเข้าถึงสิทธิ
ขาดกลไกรัฐและภาคประชาสังคมทีส่ นับสนุนการด�ำเนินการส่งเสริมสิทธิของผูส้ งู อายุ และยังคงมีชอ่ งว่างทางกฎหมายทีจ่ ำ� กัดสิทธิ
ของผูส้ งู อายุในด้านทางเลือกและการเข้าถึงการท�ำงานได้ตามความสามารถ หรือได้รบั การส่งเสริมและพัฒนาจากรัฐ นอกจากนี้
ยังไม่มีความชัดเจนในการปฏิรูประบบรองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในประเทศไทย โดยเฉพาะในส่วนของเศรษฐกิจ
การด�ำเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ ยังมิให้ความส�ำคัญ และไม่มีนโยบายและแผนการปฏิบัติงานที่ชัดเจนและเพียงพอ
ขาดการบูรณาการในการปฏิบตั งิ าน ปัญหาการขาดความมัน่ คงทางรายได้ ซึง่ แม้วา่ รัฐบาลได้มนี โยบายเบีย้ ยังชีพถ้วนหน้าให้กบั
บุคคลสัญชาติไทยทุกคนที่มีอายุ ๖๐ ปี โดยจะต้องแสดงสิทธิในการขึ้นทะเบียนในอัตราแบบขั้นบันได (๖๐๐ - ๑,๐๐๐ บาท
ต่อเดือน) แต่ยังเป็นจ�ำนวนเงินที่ยังไม่เพียงพอกับค่าครองชีพ ณ ปัจจุบัน และมีมูลค่าเพียง ๑ ใน ๓ ของค่าเส้นความยากจน
ของประเทศและอาจจะไม่ย่ังยืน เนื่องจากไม่มีกฎหมายรองรับ อีกทั้งบางคนยังมีทัศนคติที่มองผู้สูงอายุเป็นภาระของสังคม
มากกว่าที่จะเห็นความส�ำคัญในเชิงการสั่งสมภูมิปัญญา ความรู้ ทั้งที่ประชากรผู้สูงอายุร้อยละ ๘๕ มีความสามารถที่จะ
เป็นทรัพยากรในการพัฒนาประเทศ แต่ยังขาดการส่งเสริม การเปลี่ยนแปลงและแก้ไขทัศนคติในเรื่องดังกล่าว ดังนั้น
รัฐบาลและสังคมไทยจะต้องมีความตื่นตัวและมีมาตรการที่หลากหลายเพื่อรองรับการเป็นสังคมของผู้สูงอายุในประเทศไทย
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การส่งเสริมสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และสภาวะแวดล้อมของผู้สูงอายุ รวมถึงความยั่งยืนของการ
ด�ำเนินมาตรการสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้กับผู้สูงอายุ (นโยบายเบี้ยยังชีพ) ที่ยังไม่เพียงพอ ไม่สามารถตอบสนอง
ต่อภาระค่าใช้จา่ ยจริงทีจ่ ำ� เป็นต่อการด�ำเนินชีวติ และขาดความยัง่ ยืนในการบังคับใช้ เนือ่ งจากเป็นการด�ำเนินการตามนโยบาย
ดังนั้น กสม. จึงเสนอให้รัฐบาลพิจารณา (๑) ออกกฎหมายหรือก�ำหนดมาตรการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและอาชีพของผู้สูงอายุ
ให้ครอบคลุมสิทธิของผู้สูงอายุ และการมีส่วนร่วมในการบริหารกองทุนผู้สูงอายุ โดยก�ำหนดในแผนงานผู้สูงอายุแห่งชาติ
ฉบับที่ ๒ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมจัดท�ำนโยบายเสริมสร้าง
กลไกและทรัพยากรในการส่งเสริมสิทธิผู้สูงอายุ ตามพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. ๒๕๔๖ ให้น�ำไปสู่การปฏิบัติผ่านกลไกรัฐ
และภาคประชาสังคม (๒) ออกกฎหมายรองรับการก�ำหนดบ�ำนาญขั้นพื้นฐานแก่บุคคลสัญชาติไทยทุกคนที่มีอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป
(๓) สร้างมาตรการส่งเสริมและปรับเปลี่ยนทัศนคติของสังคมต่อผู้สูงอายุ โดยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ
และ (๔) การสนับสนุนการท�ำงานของคณะท�ำงานและกลไกระหว่างประเทศทีเ่ กีย่ วข้องในการพัฒนาอนุสญ
ั ญาแห่งสหประชาชาติ
ว่าด้วยสิทธิของผู้สูงอายุ
XX