รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๘ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้พบว่ายังต้องเผชิญกับสถานการณ์ความรุนแรง และยังไม่สามารถเข้าถึงสวัสดิการขั้นพื้นฐาน ด้านสุขภาพได้อย่างเพียงพอ นอกจากนี้ ยังพบว่าแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของกลุ่มเด็กข้ามชาติ ซึ่ง กสม. ได้มีข้อเสนอต่อรัฐบาล ทัง้ ในเรือ่ งการจัดท�ำมาตรการและแนวทางการคุม้ ครองเด็กในพืน้ ทีเ่ สีย่ งและเด็กข้ามชาติ การส่งเสริมการเข้าถึงสวัสดิการด้านสุขภาพ การจั ด ท� ำ ฐานข้ อ มู ล เด็ ก ข้ า มชาติ ใ นทุ ก มิ ติ และการจั ด ท� ำ และบั ง คั บ ใช้ ม าตรการในการจั ด ท� ำ หนั ง สื อ รั บ รองการเกิ ด สูติบัตร และเอกสารพิสูจน์ตนของเด็กข้ามชาติอย่างมีประสิทธิภาพ ๓.๒ กลุ่มผู้หญิงและความเสมอภาคระหว่างเพศ รัฐบาลได้ประกาศใช้พระราชบัญญัตคิ วามเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. ๒๕๕๘ และจัดท�ำแผนพัฒนาสตรีในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑ (๒๕๕๕ - ๒๕๕๙) แผนพัฒนาสถิตหิ ญิงและชาย ฉบับที่ ๑ (๒๕๕๗ - ๒๕๕๘) และรายงานสถานการณ์ สตรี ปี ๒๕๕๘ ซึ่งสะท้อนสถานการณ์ ๑๒ ด้าน ตามข้อก�ำหนดในปฏิญญาและแผนปฏิบัติการปักกิ่งเพื่อความก้าวหน้าของสตรี ทั้งนี้ แม้ว่าสถานการณ์ความไม่เท่าเทียมระหว่างหญิงและชายในภาพรวมจะลดต�่ำลงก็ตาม แต่ยังพบข้อห่วงใยหรือข้อสังเกต ที่แสดงถึงความเหลื่อมล�้ำในมิติของหญิงชาย อาทิ จ�ำนวนประชากรผู้สูงวัยเพศหญิงมากกว่าเพศชาย (๕.๑ > ๔.๐ ล้านคน) จ�ำนวนผูด้ อ้ ยโอกาสทางสังคมเพศหญิงมากกว่าเพศชาย (๖.๔๐ > ๔.๙ หมืน่ คน) ผูห้ ญิงทีม่ งี านท�ำมีจำ� นวนน้อยกว่าผูช้ าย (๑๗.๕ < ๒๐.๙ ล้านคน) ผู้หญิงที่เป็นแรงงานนอกระบบมีมากกว่าผู้ชาย (๑๐.๖ > ๕.๕ ล้านคน) สัดส่วนของประชากรวัยแรงงาน (ชาย = ๘๐.๗ และหญิง = ๖๔.๓) และสัดส่วนของผู้หญิงที่ด�ำรงต�ำแหน่งในรัฐสภา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในระหว่างปี ๒๕๕๗ - ๒๕๕๘ ที่มีค่าสัดส่วนน้อยที่สุดในรอบ ๑๐ ปี นอกจากนี้ ยังพบสถานการณ์ความรุนแรงต่อผู้หญิงในจ�ำนวนที่สูงขึ้นกว่าปี ๒๕๕๗ กสม. จึงเสนอให้รัฐก�ำหนดมาตรการที่เหมาะสม และมาตรการพิเศษชั่วคราวเพื่อเสริมสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของผู้หญิง และลดช่องว่างของความเหลี่อมล�้ำ เช่น การกระตุ้นให้พรรคการเมืองใช้ระบบสัดส่วน การฝึกอบรมและสร้างความตระหนัก เกี่ยวกับความส�ำคัญของผู้หญิงในการตัดสินใจทุกระดับ การก�ำหนดนโยบาย กลไก และมาตรการในการแก้ไขปัญหาที่มี ประสิทธิภาพ สนับสนุน และช่วยเหลือผู้หญิงที่ถูกละเมิดให้เข้าถึงความเป็นธรรม เป็นต้น ๓.๓ กลุ่มคนพิการ รั ฐ บาลได้ อ อกกฎหมายและมาตรการต่ า ง ๆ เพื่ อ ส่ ง เสริ ม และคุ ้ ม ครองสิ ท ธิ ข องคนพิ ก าร ทั้ ง พระราชบั ญ ญั ติ การจัดการศึกษาส�ำหรับคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๑ เเละที่เเก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๕๖ พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวติ คนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ เเละทีแ่ ก้ไขเพิม่ เติม พ.ศ. ๒๕๕๖ รวมทัง้ กฎกระทรวง เพือ่ ก�ำหนดจ�ำนวนคนพิการทีน่ ายจ้าง หรือสถานประกอบการและหน่วยงานของรัฐจะต้องรับเข้าท�ำงาน รวมถึงจ�ำนวนเงินที่นายจ้างหรือสถานประกอบการ จะต้องน�ำส่งเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๔ เเละแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ แห่งชาติ ฉบับที่ ๔ (๒๕๕๕ - ๒๕๕๙) นอกจากนี้ รัฐยังได้ถอนถ้อยแถลงในอ��ุสัญญาว่าด้วยสิทธิของคนพิการที่ตีความ เกี่ยวกับสิทธิในการจดทะเบียนการเกิด สิทธิในการมีชื่อ และสิทธิในการได้รับสัญชาติของเด็กพิการ ตามที่ได้ให้ค�ำมั่นไว้ ในการเสนอรายงานทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศ (UPR) รอบที่ ๑ ขณะเดียวกัน การส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการยังมีข้อจ�ำกัดในการปฏิบัติในด้านต่าง ๆ ได้แก่ (๑) ด้านสิทธิทางการศึกษา โดยการถูกปฏิเสธการเข้ารับ การศึกษา และการขาดความพร้อมของบุคลากรทางการศึกษาและสถาบันการศึกษา (๒) ด้านสิทธิในการใช้ชีวิตอย่างอิสระ ในพื้นที่สาธารณะ หรือการใช้ชีวิตในสังคมทั่วไป รวมถึงสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร โดยการขาดการจัดสรรสิ่งอ�ำนวย ความสะดวกที่เหมาะสมและตรงตามความต้องการของคนพิการแต่ละประเภท (๓) ด้านสิทธิในการประกอบอาชีพ นายจ้าง XIX

Select target paragraph3