รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๘
ในการบริการอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ พร้อมกับการประกันสิทธิในการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพเป็นสิทธิของทุกคน
ในประเทศไทย นอกจากนี้ ได้มมี ติคณะรัฐมนตรี วันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๘ เพือ่ คืนสิทธิขนั้ พืน้ ฐานด้านสาธารณสุขให้กบั ชนกลุม่ น้อย
และบุตรทีอ่ พยพเข้ามาในประเทศไทย และกลุม่ บุคคลทีม่ ปี ญ
ั หาด้านสถานะและสิทธิบคุ คล ทัง้ นี้ กสม. ยังพบว่ามีความเหลือ่ มล�ำ้
ของระบบประกันสุขภาพทั้ง ๓ ระบบ และมีประชากรในพื้นที่ห่างไกลและในบางกลุ่มที่ยังไม่สามารถเข้าถึงระบบการรักษา
พยาบาลได้ เช่น คนพิการ แรงงานข้ามชาติและผู้ติดตาม เป็นต้น
๒.๗ สิทธิในการท�ำงาน
รัฐบาลพยายามด�ำเนินการมาตรการต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิในการท�ำงาน อาทิ การประกันค่าแรงขั้นต�่ำ
ความปลอดภัยในการท�ำงาน และการประกันการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพ รวมถึงการแก้ไขและขจัดปัญหาการค้ามนุษย์ โดยการ
เพิ่มประสิทธิภาพของมาตรการตรวจแรงงานทั้งระบบ เพื่อให้แรงงานได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายและมีหลักประกัน
ทางสังคมมากยิ่งขึ้น แต่ยังมีแรงงานบางกลุ่มที่ยังเข้าไม่ถึงความคุ้มครองแรงงาน เช่น ลูกจ้างท�ำงานบ้าน ลูกจ้างที่ไปท�ำงาน
ในต่างประเทศ เป็นต้น ในเรื่องค่าแรงงานขั้นต�่ำได้มีการเรียกร้องให้ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต�่ำซึ่งปัจจุบันได้ปรับค่าแรงเพิ่มขึ้นแล้ว
แต่อัตราดังกล่าวยังต�่ำกว่าบางประเทศในกลุ่มอาเซียน ในเรื่องสิทธิในการรวมตัวและเสรีภาพในการสมาคม ด้านแรงงาน
รัฐบาลได้แสดงท่าทีอย่างชัดเจนในการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ ๘๗ และ ๙๘
เพือ่ ให้แรงงานได้รบั เสรีภาพในการสมาคมและการคุม้ ครองสิทธิในการรวมตัวกัน และสิทธิในการรวมตัวและการร่วมเจรจาต่อรอง
๓. สถานการณ์สิทธิของกลุ่มเปราะบาง
สถานการณ์ของกลุ่มเปราะบางในประเทศไทยยังมีความเสี่ยงต่อการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ทั้งในลักษณะ
มิติการละเมิดซ�้ำซ้อนและการเชื่อมโยง โดยเหตุแห่งการมีสถานะในกลุ่มต่าง ๆ ที่เกี่ยวโยงกัน แม้ว่ารัฐบาล
ได้ให้ความส�ำคัญและพยายามคุ้มครองสิทธิของกลุ่มเปราะบางทั้งในด้านการก�ำหนดนโยบาย การตรากฎหมาย
และการด�ำเนินงานตามมาตรการเพื่อสร้างความก้าวหน้าในด้านต่าง ๆ แล้ว แต่ในทางปฏิบัติ ยังพบว่ามีปัญหา
การแปลงนโยบายและกฎหมายไปสู่การปฏิบัติ และขาดการบูรณาการและเชื่อมโยงการด�ำเนินงานด้านโยบาย
และกฎหมายของหน่วยงานต่าง ๆ ท�ำให้เกิดผลกระทบต่อบุคคลและชุมชนในพื้นที่ ทั้งนี้ กสม. มีข้อสังเกต
ต่อกลุ่มเปราะบาง ๕ กลุ่ม ได้แก่
๓.๑ กลุ่มเด็ก
รัฐบาลมีมาตรการในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเด็กเพิ่มมากขึ้น อาทิ การจัดท�ำระบบประกันการเลี้ยงดูที่มีคุณภาพ
และการดูแลเด็กแรกเกิดให้เข้ารับบริการสาธารณสุขผ่านโครงการอุดหนุนเด็กแรกเกิด ๔๐๐ บาท/เดือน เป็นเวลา ๑๒ เดือน การดูแล
คุ้มครองและเยียวยาเด็กที่ได้รับความรุนแรง โดยจัดท�ำมาตรการเชิงรุกและจัดสรรงบประมาณสนับสนุนป้องกันความเสี่ยง
การจัดตัง้ ศูนย์ให้ความช่วยเหลือ และการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา ในส่วนทีเ่ กีย่ วกับการกระท�ำทางเพศ และสือ่ ลามกอนาจาร
รวมถึ ง การแก้ ไ ขปั ญ หาการใช้ แ รงงานเด็ ก โดยการก� ำ หนดอายุ ขั้ น ต�่ ำ ของแรงงานในภาคเกษตร และแรงงานประมง
และมี ก ารตรวจสอบแรงงานเชิ ง รุ ก แบบสหวิ ช าชี พ รวมทั้ ง การติ ด ตามแผนระดั บ ชาติ เ พื่ อ ���จั ด การใช้ แ รงงานเด็ ก
ในรูปแบบที่เลวร้าย ฉบับที่ ๑ (๒๕๕๒ - ๒๕๕๙) และฉบับที่ ๒ (๒๕๕๘ - ๒๕๖๓) อย่างไรก็ตาม พบว่ามีเด็กอายุ ๕ - ๑๗ ปี
จ�ำนวนหนึ่งที่ยังท�ำงานในลักษณะเสี่ยงอันตรายและถูกกระท�ำความรุนแรงและมีจ�ำนวนที่เพิ่มจากปีก่อน ในส่วนของกลุ่มเด็ก
XVIII