รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๘
๑.๑ สิทธิในกระบวนการยุติธรรม
รัฐได้พยายามตราและปรับแก้กฎหมายหลายฉบับเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม และได้รับความช่วยเหลือ
จากรัฐ เช่น พระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๕๘ พระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่าย
แก่จำ� เลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ ร่างพระราชบัญญัตริ าชทัณฑ์ พ.ศ. .... ประมวลกฎหมายวิธพี จิ ารณาความอาญา และประมวล
กฎหมายอาญา เป็นต้น ในขณะที่ยังมีผู้ร้องเรียนกล่าวอ้างว่า ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรมโดยเจ้าหน้าที่
ของรัฐ อาทิ สิทธิของผู้ต้องหา สิทธิของผู้เสียหาย สิทธิในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม และสิทธิของผู้ต้องขัง นอกจากนี้
ยังมีความกังวลเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนจากการใช้อ�ำนาจของเจ้าหน้าที่ทหารในการควบคุมตัวจากเหตุการณ์ต่าง ๆ
เช่น เหตุการณ์การเดินทางไปอุทยานราชภักดิ์ของนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว สมาชิกขบวนการประชาธิปไตยใหม่
และเหตุการณ์การท�ำกิจกรรมเพื่อร�ำลึกครบรอบ ๑ ปี ของการเข้าควบคุมอ�ำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
บริเวณหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เป็นต้น
๑.๒ การซ้อมทรมาน และการสูญหายโดยถูกบังคับ
การซ้อมทรมานบางกรณีมกี ารกล่าวอ้างว่า เป็นการกระท�ำโดยเจ้าหน้าทีร่ ฐั ทัง้ การปิดล้อม การตรวจค้น การจับกุม การเชิญตัว
การควบคุมตัวและการสอบสวนซักถาม รวมถึงการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง ในส่วนของการสูญหายโดยถูกบังคับ แม้ว่าจะมีมติ
คณะรัฐมนตรีเมือ่ วันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๙ เห็นชอบให้ดำ� เนินการให้สตั ยาบันอนุสญ
ั ญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุม้ ครอง
บุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ (CED) รวมทั้งร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและ
การบังคับบุคคลให้สูญหาย พ.ศ. .... แต่พบว่ายังไม่มีความคืบหน้าอย่างชัดเจนในการติดตามบุคคลที่ถูกบังคับให้สูญหาย ดังนั้น
รัฐบาลควรเร่งพิจารณาร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวพร้อมทัง้ ปรับหรือแก้ไขกฎหมายต่าง ๆ ทีม่ อี ยู่ ตลอดจนการบังคับใช้กฎหมาย
ให้สอดคล้องกับอนุสญ
ั ญาดังกล่าว รวมทัง้ ควรให้ความรูใ้ นเรือ่ งกฎหมายดังกล่าวแก่เจ้าหน้าทีผ่ ปู้ ฏิบตั งิ านอย่างถูกต้องและต่อเนือ่ ง
๑.๓ กรณีโทษประหารชีวิต
สังคมไทยยังมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันในเรื่องโทษประหารชีวิต โดยมี ๒ แนวทางว่าควรยกเลิกโทษประหารชีวิต หรือยังคง
โทษประหารชีวิตต่อไป ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีค�ำตอบ ในปี ๒๕๕๘ ประเทศไทยมีนักโทษที่ได้รับโทษเด็ดขาดประหาร จ�ำนวน ๘๖ คน
แต่ในทางปฏิบัติ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ เป็นต้นมา ประเทศไทยยังไม่มีการประหารชีวติ นักโทษแต่อย่างใด กสม. จึงมีขอ้ เสนอแนะ
เชิงนโยบายและข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมายเรือ่ งโทษประหารชีวติ และหลักสิทธิมนุษยชนต่อรัฐบาล โดยเน้นย�ำ้ การสร้างความ
เข้าใจ การปรับทัศนคติ และการพัฒนามาตรการทดแทน หรือมาตรการทางเลือก เพือ่ หลีกเลีย่ งและยุตกิ ารลงโทษโดยการประหารชีวติ
๑.๔ เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
การแสดงความเห็นและการแสดงออกทางด้านการเมืองผ่านสื่อต่าง ๆ รวมถึงการชุมนุมทางการเมืองหลายครั้งที่น�ำไปสู่
ความรุนแรงในสังคมและกระทบต่อสิทธิของประชาชนในด้านอืน่ ๆ จนเป็นเหตุให้มกี ารบังคับใช้กฎหมายทีจ่ ำ� กัดสิทธิและเสรีภาพ
ในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งในหลายกรณีเป็นการใช้กฎหมายเพื่อป้องปรามก่อนการกระท�ำผิดและระงับเหตุ ส่งผลกระทบ
ต่อการแสดงออกของบุคคลและชุมชนที่ออกมาชุมนุมเนื่องจากได้รับความเดือดร้อนจากนโยบาย มาตรการ และโครงการ
ต่าง ๆ ทั้งของรัฐและเอกชน กสม. ได้มีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... โดยเน้นย�้ำ
ความส�ำคัญของเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งท�ำให้การพัฒนากลไกการติดตาม ตรวจสอบ และการสร้างความโปร่งใส
ซึง่ เป็นการประกันว่าสิทธิตา่ ง ๆ เกิดขึน้ ได้จริง และมีความเห็นว่ารัฐไม่ควรน�ำกฎหมายพิเศษด้านความมัน่ คงมาใช้ควบคูก่ บั กฎหมาย
ชุมนุมสาธารณะ หรือกฎหมายควบคุมหรือจ�ำกัดสิทธิ แต่ควรเป็นการอ�ำนวยความสะดวก และก�ำกับขั้นตอนการแสดงออก
ของความคิดเห็นให้มีความเหมาะสม ทั้งนี้ หากมีความจ�ำเป็นต้องด�ำเนินการใด ๆ ที่เป็นการรอนสิทธิด้วยเหตุแห่งความมั่นคง
XV