9
-การเลือกปฏิบัติในมิติของการจ้างงานและการประกอบอาชีพ อาจเกี่ยวข้องกับสภาพปัญหา เช่น
การไม่รับบุคคลที่ติดเชื้อ HIV เข้าทางาน การกาหนดคุณสมบัติด้านความพิการของบุคคล การเลือก
ปฏิบัติ ในการดาเนินการขั้นตอนต่างๆ ที่เกี่ยวกับการจ้างแรงงาน เช่น การสรรหา (Recruitment) การ
คัดเลือก (Selection) การเลือกปฏิบัติโดยไม่จ้างบุคคลด้วยเหตุแห่งเชื้อชาติ ศาสนา เช่น การไม่รับ
ผู้หญิงที่นับถือศาสนาอิสลามเข้าทางาน การล่วงละเมิดทางเพศในบริบทหรือสภาพแวดล้อมของการ
ทางาน (Sexual Harassment) ที่ถือเป็นการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศประการหนึ่ง
-การเลือกปฏิบัติที่เกี่ยวกับการศึกษาและฝึกอบรม อาจเกี่ยวข้องกับสภาพปัญหา เช่น การปฏิเสธ
ไม่รับบุคคลเข้าศึกษาด้วยเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติต่างๆ เช่น เชื้อชาติ ศาสนา เพศ สภาพร่างกาย ความ
พิการ ฯลฯ
-ในมิ ติ ข องบริ ก ารสาธารณะและบริ ก ารสั ง คม การเข้ า ถึ ง สิ น ค้ า และ/หรื อ บริ ก าร จาก
ผู้ประกอบการเอกชน นอกจากการเลือกปฏิบัติในมิติของการเข้าถึงบริการสาธารณะที่จัดทาโดยภาครัฐ
แล้ว ยังปรากฏว่ามีการเลือกปฏิบัติโดยภาคเอกชนซึ่งเป็นผู้ประกอบการสินค้าและ/หรือบริการ โดย
เหตุการณ์เลือกปฏิบัติอาจเกี่ยวข้องกับเหตุที่กฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายประเทศต่างๆคุ้มครอง
เช่น การปฏิเสธให้บริการด้วยเหตุแห่งเชื้อชาติ สีผิว เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีกฎหมาย
คุ้มครองในประเด็นนี้โดยเฉพาะแต่อย่างไร นอกจากนี้ยังมีกรณีการปฏิบัติที่ “มีลักษณะกีดกัน” หรือ “ทา
ให้เกิดความพึงพอใจน้อยกว่าคนอื่น ” (Less Favorable Treatment) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิบัติต่อ
ผู้อื่นด้วยคาพูดหรือการสื่อสาร ซึ่งทาให้เกิดความเกลียดชัง (Hate Speech) ด้วยเหตุต่างๆ เช่น เชื้อชาติ
ศาสนา
ปัจจัยทั้ง 2 ดังกล่าวข้างต้น จะได้นามาใช้ในการจาแนกวิเคราะห์สภาพปัญหาและข้อเท็ จจริง
เกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติต่อไป โดยอาจสรุปความสัมพันธ์ของปัจจัยทั้ง 2 ตามแผนภาพต่อไปนี้