7
ลูกจ้างแตกต่างกันด้วยเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติ หรือการกระทาของภาคเอกชนที่ปฏิเสธการให้บริการหรือ
จาหน่ายสินค้ากับบุคคลบางกลุ่มด้วยเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติ การเลือกปฏิบัติโดยตรงนี้จะเห็นได้จากการ
ปฏิบัติที่มีวัตถุประสงค์เห็นได้ว่าเป็นการเลือกปฏิบัติอันสะท้อนจากลักษณะหรือรูปแบบของการปฏิบัติที่มี
ความแตกต่างกันระหว่างบุคคลทีเกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังมีกรณีการเลือกปฏิบัติโดยอ้อม ซึ่งเป็นกรณีที่แม้
การปฏิบัติหรือกฎเกณฑ์นั้นมีลักษณะเป็นกลาง (Neutral) แต่ส่งผลกระทบ (Impact) ในทางลบต่อบุคคลที่
เกี่ยวข้องกับเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม กฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายต่างประเทศได้
กาหนดนิยามและขอบเขตของการเลือกปฏิบัติโดยตรงและโดยอ้อมแตกต่างกันไป
ด้วยเหตุนี้ จึงนามาสู่ปัญหาที่ควรศึกษาวิจัยว่า ในปัจจุบันประเทศไทยมีสภาพปัญหาของการ
เลื อกปฏิบั ติ ในด้านต่างๆอย่ า งไรบ้ าง มาตรการทางกฎหมายที่เป็นอยู่ มีความเหมาะสมเพียงพอและ
สอดคล้องกับหลักการสากลของสนธิสั ญญาฉบับต่างๆที่เกี่ยวข้องหรือไม่ ประเทศไทยควรมีการออก
กฎหมายต่อต้านการเลือกปฏิบัติที่เป็นองค์รวมหรือเป็นกฎหมายกลางที่ครอบคลุมการเลือกปฏิบัติในมิติ
หรือประเด็นต่างๆ หรือไม่ โดยควรทาการศึกษาวิจัยกฎหมายต่างประเทศเพื่อเปรียบเทียบกับกฎหมาย
ไทยในเรื่องดังกล่าวด้วย
1.2.3 กรอบแนวคิดการวิจัย (Conceptual Framework)
จากความหมายดังกล่ า วข้างต้ นจะเห็ น ได้ว่า หลั กความเสมอภาคเป็ นหลั ก ส าคัญซึ่ง กฎหมาย
ระหว่างประเทศและกฎหมายภายในที่เกี่ยวข้องต่างรับรองไว้ ทั้งนี้เพื่อบรรลุถึงหลักดังกล่าวกฎหมายจึง
ต้องขจัดหรือป้องกันพฤติกรรมบางอย่างซึ่งส่งผลเป็นอุปสรรคขัดขวางต่อหลักความเสมอภาคหรือหลัก
ความเท่าเทียมกัน ซึ่งได้แก่ การปฏิบัติที่แตกต่างกันระหว่างสิ่งที่เหมือนกัน หรือการปฏิบัติที่เหมือนกันต่อ
สิ่งที่ต่างกัน รวมทั้งการปฏิบัติที่เหมือนกันแต่ส่งผลให้เกิดความเสียเปรียบต่อบุคคลบางกลุ่ม การปฏิบัติ
เหล่านี้อาจเรียกได้ว่า “การเลือกปฏิบัติ” ทั้งนี้หากการปฏิบัติที่แตกต่างนั้น มีลักษณะที่สัมพันธ์กับ “เหตุ
แห่งการเลือกปฏิบัติ” (Ground of Discrimination) ต่างๆ ตามที่กฎหมายกาหนดไว้ โดยเหตุเหล่านั้นมี
ความเกี่ยวข้องกับ คุณลักษณะเฉพาะของกลุ่ มบุคคลในสั งคมซึ่งมักเป็นกลุ่มที่มีความเปราะบางหรือมี
ประสบการณ์ที่ถูกกีดกัน ถูกผลักให้เป็นกลุ่มชายขอบ (Marginalized Group) โดยการเลือกปฏิบัติอาจ
เกิดขึ้นในมิติต่างๆ ของการดาเนินชีวิตในสังคม เช่น การเลือกปฏิบัติในมิติของการจ้างแรงงานและการ
ประกอบอาชีพ การเลือกปฏิบัติในมิติของการบริการภาครัฐหรือภาคเอกชน เป็นต้น ด้วยเหตุนี้จะเห็นได้
ว่าหลักการห้ามเลือกปฏิบัติจะนาไปสู่ความเท่าเทียมกันในท้ายที่สุด สาหรับการศึกษาวิจัยหลักการห้าม
เลือกปฏิบัติในงานวิจัยนี้ จึงนาปัจจัยสองประการซึ่งมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ กันมากาหนดกรอบแนวคิด
การวิจัย ได้แก่
1). เหตุแห่งการเลือกปฏิบัติ (Grounds of Discrimination, Protected Ground)