46
29) คาร้องที่ 74//2555: กรณีเกี่ยวข้องกับสิทธิของบุคคลในกระบวนการยุติธรรม
ผู๎ร๎องได๎ร๎องเรียนตํอคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหํงชาติ วําผู๎ร๎องกับนายเอ นามสมมุติ ได๎ทะเลาะ
วิวาทกันบริเวณลานจอดรถของโรงแรม อ. เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2554 เป็นเหตุให๎ผู๎ร๎องและนายเอ ได๎รับ
บาดเจ็บ ตํอมาพนักงานสอบสวน ���ถานีตารวจนครบาลลุมพินี ได๎แจ๎งข๎อกลําวหาตํอผู๎ร๎องวําพยายามฆําผู๎อื่น
โดยไมํมีการแจ๎งข๎อกลําวหานายเอ คูํกรณี ผู๎ร๎องเห็นวําไมํได๎รับความเป็นธรรม จึงขอให๎ตรวจสอบ กรณีนี้
ข๎ อ เท็ จ จริ ง ค าร๎ อ งเป็ น ประเด็ น เกี่ ย วกั บ สิ ท ธิ ข องบุ ค คลในกระบวนการยุ ติ ธ รรม อั น อยูํ ใ นอ า นาจของ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหํงชาติ ตาม รัฐธรรมนูญแหํงราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 257 วรรค
หนึ่ง (1) ซึ่งมีผลบังคับอยูํขณะตรวจสอบ และ พ.ร.บ.คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหํงชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา
15 คณะอนุกรรมการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนด๎านสิทธิในกระบวนการยุติธรรมดาเนินการตรวจสอบ
พบวํามีประเด็นที่ต๎องพิจารณา คือพนักงานสอบสวน สถานีตารวจนครบาลลุมพินี กระทาหรือละเลยการ
กระทาอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน กรณีสืบสวนคดีที่ผู๎ร๎องตกเป็นผู๎ต๎องหาด๎วยความเป็นธรรมหรือไมํ
คณะอนุกรรมการฯ พิจารณาแล๎วเห็นวําในการสอบสวนคดีอาญา พนักงานสอบสวนต๎องรวบรวม
พยานหลั กฐานที่เกี่ยวกับคดี ยั งเป็ นการพิสูจน๑ให๎ เห็ นความผิ ดหรือความบริสุทธิ์ของผู๎ต๎องหา การแจ๎งข๎อ
กลํ าวหาพนั กงานสอบสวนสามารถใช๎ดุลพินิจที่อยูํภ ายใต๎ข๎อเท็จจริงและพยานหลั กฐานตามสมคว ร เมื่อ
ข๎อเท็จจริงปรากฏวําเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2554 ตารวจไปถึงที่เกิดเหตุพบผู๎ร๎องยืนรอมอบตัว สํวนนายเอ ถูก
นาตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลตารวจ โดยพนักงานสอบสวนแจ๎งข๎อกลําวหาแกํผู๎ร๎องวําทาร๎ายรํางกายผู๎อื่น โดยที่
ผู๎ร๎องให๎ข๎อเท็จจริงวํานายเอ ทาร๎ายผู๎ร๎องกํอนผู๎ ร๎องจึงทาเพื่อปูองกันตัว พิจารณาแล๎วคาให๎การของผู๎ร๎องตํอ
พนักงานสอบสวนไมํปฏิเสธวําผู๎ร๎องมิได๎ทาร๎ายรํางกายนายเอ ดังนั้นการที่พนักงานสอบสวนอาศัยข๎อเท็จจริง
คาให๎การนี้ ประกอ��กับพยานหลักฐานขณะนั้น คืออาวุธมีด และขวาน แล๎วแจ๎งข๎อหาทาร๎ายรํางกายผู๎อื่น
รวมถึงแจ๎งข๎อกลําวหาเพิ่มเติมวําพยายามฆําผู๎อื่น ภายหลังได๎รับเอกสารการชันสูตรบาดแผลของนายเอ คูํกรณี
ซึ่งปรากฏวํารุนแรงอาจถึงแกํชีวิตได๎ จึงถือวําเป็นการใช๎ดุลพินิจในการแจ๎งข๎อกลําวหาภายใต๎ข๎อเท็จจริงและ
พยานหลักฐานตามสมควรแล๎ว
สาหรับกรณีที่ผู๎ร๎องร๎องเรียนวําพนักงานสอบสวนดาเนินคดีแตํผู๎ร๎องฝุายเดียว โดยมิได๎แจ๎งข๎อกลําวหา
แกํนายเอ คูํกรณีด๎วยนั้น เมื่อข๎อเท็จจริงปรากฏวําภายหลังที่พนั กงานสอบสวนได๎แจ๎งข๎อกลําวหาแกํผู๎ร๎องแล๎ว
ได๎สอบปากคานายเอ คูํกรณี ที่โรงพยาบาล และสอบปากคาพยานแวดล๎อมที่อยูํบริเวณที่เกิดเหตุ จานวน 2
คน สรุ ป วําเป็ น ผู๎ ร๎ องทาร๎ ายรํ างกายนายเอ ฝุ ายเดียว พยานแวดล๎ อมเห็ นผู๎ ร๎องทาร๎ ายนายเอ ฝุ ายเดีย ว
ประกอบกับพนักงานสอบสวนได๎พิจารณาแผลตามรํางกายผู๎ร๎องพบวําได๎รับบาดเจ็บบริเวณหน๎าผากเพียง
เล็กน๎อยและบริเวณข๎อศอกพบรอยถลอก ไมํทราบวําเกิดจากสาเหตุใด จึงมิได๎แจ๎งข๎อกลําวหานายเอ พิจารณา
แล๎วเห็นวําพนักงานสอบสวนใช๎ดุลพินิจในการไมํแจ๎งข๎อกลําวหานายเอ เป็นไปตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ
มิได๎เป็นการกระทาละเลยการกระทาอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือปฏิบัติไมํเป็นธรรมแกํผู๎ร๎องอยํางใด
ทั้งนี้หากผู๎ร๎องมีพยานหลักฐานที่พิสูจน๑วําผู๎ ร๎องปูองกันตัวจากการทาร๎ายของนายเอก็สามารถยกข๎อเท็จจริง
และพยานหลักฐานตํอสู๎ในชั้นศาลได๎