18
แผนยุทธศาสตร์คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 - 2565
(7) รายงานประเทศไทยตามพันธกรณีภายใต้อนุสัญญา ว่าด้ว ยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรี
ในทุกรูปแบบและพิธีสารเลือกรับของอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ
เนื้อหาของรายงานทั้ง 7 ฉบับ ได้ปรากฏสาระสาคัญของการดาเนินการที่ผ่านมาของประเทศไทย
ซึ่งสะท้อนถึงความก้าวหน้าและแนวทางการพัฒนาสิทธิมนุษยชนต่าง ๆ ของประเทศไทย รวมถึงพัฒนาการ
ในการปรับ แก้ และทบทวนกรอบนโยบาย กฎหมายที่สาคัญ และแนวทางปฏิบัติที่สอดรับกับหลักการของ
สนธิสัญญาระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนหลายประการ ตลอดจนการดาเนินงานในประเด็นที่เป็นข้อกังวล
และข้อเสนอแนะของคณะกรรมการประจากติกา/สนธิสัญญาในบางฉบับ เช่น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
แห่งสหประชาชาติ (กติกา ICCPR) คณะกรรมการสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติ (CRC)
3.2 กำรดำเนินกำรในอนำคตของคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ และประเด็นท้ำทำย
3.2.1 กำรดำเนินกำรในอนำคตของคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ
จากการทบทวนเอกสาร งานวิ จั ย การสั ม ภาษณ์ การประเมิ นการปฏิบัติ งาน รวมทั้ งการศึ กษา
วิเคราะห์ และสังเคราะห์ข้อมูลที่ได้ตามหลักการ PESL Analysis หลักการ McKinsey 7 S และการวิเคราะห์
SWOT พบว่า สภาพแวดล้อมภายในและภายนอกที่มีผลกระทบต่อการดาเนินงานของ กสม. ทั้งการพัฒนา
เศรษฐกิจ สังคม การเมือง สิ่งแวดล้อม และสถานการณ์ภายในของการดาเนิน การคุ้มครองและป้องกันการ
ละเมิดสิ ทธิมนุ ษยชน มีการเปลี่ ย นแปลงและท้าทายต่อการดาเนินการของคณะกรรมการสิ ทธิมนุษยชน
แห่งชาติ ตัวอย่างเช่นสภาพแวดล้อมภายนอกในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมนั้น มีแผนพัฒนาที่ยั่งยืน
เป็นกรอบการพัฒนาของทุกประเทศ ซึ่งถ่ายทอดสู่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 การเข้า
สู่ สั ง คมโลกยุ ค โลกาภิวั ต น์ และการค้ า เสรี ส่ ว นหนึ่ งท าให้ เ กิ ดการเข้ า มาของกลุ่ มทุ น ขนาดใหญ่ การใช้
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมากเกินขีดจากัดส่งผลให้เกิดการละเมิดสิทธิของชุมชน และการทาลาย
ทรัพยากรธรรมชาติ นอกจากนี้ ความจริงใจในการเคารพต่อหลักสิทธิมนุษยชนของผู้บริหารประเทศ รวมถึง
ความสอดคล้องระหว่างบทบัญญัติของกฎหมายภายในประเทศกับหลักสิทธิมนุษยชน เป็นต้น สภาพแวดล้อม
ต่าง ๆ ข้างต้น เป็นปัจจัยที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจาเป็นต้องนามาพิจารณาเพื่อหาแนวทาง
ป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งนี้ เพื่อให้คนในสังคมมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่
เท่าเทียมกัน และไม่ถูกเลือกปฏิบัติ จากการคาดการณ์อนาคต และทิศทางการดาเนินงานของ กสม. โดย
เทคนิคการวิเคราะห์ TOWS Matrix เห็นว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจึงควรมีแผนยุทธศาสตร์ที่
เป็นกรอบทิศทางการดาเนินงานในระยะ 6 ปีข้างหน้า และเป็นแผนยุทธศาสตร์ที่เป็นไปตามหลักการตาม
พันธกรณีและสนธิสัญญาระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเป็นภาคี โดยมีข้อมูลและฐานข้อมูล
สนั บ สนุ น (evidence based) และวางหลั ก การปฏิ บั ติ ง านโดยเน้ น ประเด็ น ที่ มี ผ ลกระทบท าให้ เ กิ ด การ
เปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างหรือระบบ เช่น ประเด็นปฏิรูปประเทศ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable
Development Goals: SDGs) ที่องค์การสหประชาชาติกาหนดเป้าหมายการพัฒนาขึ้นใหม่ โดยการพัฒนา
ควรคานึงถึงความเชื่อมโยงของมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงการทาหน้าที่ติดตามการดาเนินการ
ของภาครั ฐ ในฐานะองค์ กรสถาบั น สิ ทธิ ที่ มี กลไกการตรวจสอบที่ เป็ นกลาง (Intenational Independent
Monitoring Mechanism) ให้ยึดตามสนธิสัญญาระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเป็นภาคี
เช่น การติดตามให้มีการดาเนินงานตามรายงานทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศ (Universal