แผนยุทธศาสตร์คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 - 2565
15
เป็นการกระทาที่เกิดขึ้นระหว่างการประกาศกฎอัยการศึก และในปัจจุบัน ได้มีร่างกฎหมายซึ่งจะเพิ่มอานาจ
ให้แก่คณะกรรมการที่ทาหน้าที่ควบคุมความปลอดภัยทางไซเบอร์ อันจะส่งผลให้กองทัพสามารถจากัดเสรีภาพ
ในการแสดงออกและใช้ดุล ยพินิจเพื่อการสอดแนมข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตได้อย่างกว้างขวาง แต่ร่างกฎหมาย
ดังกล่าวยังคงอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาอนุมัติ อย่างไรก็ตาม แม้ไม่มีกฎหมายให้อานาจไว้ แต่ เจ้าหน้าที่
ทหารยังคงทาการสอดแนมข้อมูล อย่างแข็งขันและคุกคามผู้ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างเปิดเผย ซึ่งรวมถึง
นักวิชาการและสื่อมวลชน รวมไปถึงการปิดกั้นการเข้าถึงเว็บไซต์บางเว็บไซต์โดยรัฐบาล
(13) การทรมานและการประติ บั ติ ที่ โ หดร้ า ย การทรมานเป็ น ปั ญ หาที่ ส าคั ญ ในประเทศไทย
โดยส่ วนใหญ่ เกิ ดจากการปฏิบั ติห น้ าที่ของเจ้ าหน้าที่รัฐ ในการตรวจค้น ควบคุม จับกุม และคุมขังบุคคล
ไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกาหนด และการขาดความเอาจริงเอาจังในการดาเนินการกับเจ้าหน้าที่ที่กระทาผิด
ทั้งในทางอาญาและวินัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีการประกาศใช้กฎหมายพิเศษ
ด้านความมั่นคง ในปี พ.ศ. 2556 กระทรวงยุติธรรม โดยกรมคุ้ มครองสิทธิและเสรีภาพ ได้มีการดาเนินการ
ที่จะปรับปรุงกฎหมายภายในให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของอนุสัญญาต่อต้านการทรมาน และการประติบัติ
หรื อการลงโทษอื่น ที่โ หดร้ าย ไร้ มนุ ษยธรรม หรือย่ายีศักดิ์ศรีที่ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีเมื่อเดือนตุลาคม
พ.ศ. 2550 และได้มีการหารือเพื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาและประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
เพื่อเตรียมเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรต่อไป อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2556 รัฐบาลได้ประกาศ
ยุบสภา ทาให้การดาเนินการเรื่องนี้หยุดชะงักลง
(14) ธุร กิจ และสิ ทธิม นุ ษยชน เนื่ องจากการดาเนิ นธุรกิจ ต้องอาศัยมนุษ ย์เป็นผู้ ดาเนิน งานหรื อ
ปฏิบัติงาน การจ้างงานจึงต้องคานึงถึงสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้ การดาเนินธุรกิจยังส่งผลถึงบุคคลอื่น ๆ
ที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดาเนินธุรกิจ รวมทั้งชุมชนท้องถิ่นด้วย ด้วยเหตุนี้ จึงมีแนวคิดว่าการดาเนินธุรกิจ
ต้องให้ความเคารพและไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้ดาเนินธุรกิจ และผู้มีส่วนได้เสียทั้งทางตรงและทางอ้อม
ซึ่งในปัจจุบันแนวคิดดังกล่าวได้รับความสนใจจากประชาคมระหว่างประเทศเป็นอย่างมาก สาหรับบทบาท
ของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในการแก้ปัญหาการละเมิดสิทธิ มนุษยชนที่เกิดจากประกอบธุรกิจนั้น ได้มี
การจัดทาปฏิญญา Edinburgh เพื่อให้สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาเรื่อง
ธุร กิจ กับสิ ทธิ มนุ ษยชน ปฏิญญาฉบั บนี้ มีสาระส าคัญ 2 ส่ วน โดยส่ วนแรกได้กล่ าวถึ งบทบาทของสถาบั น
สิทธิมนุษยชนแห่งชาติในประเด็นด้านธุรกิจและสิทธิมนุษยชน และส่วนที่สองเป็นการกล่าวถึงการสนับสนุนให้
สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจัดตั้งเครือข่ายความร่วมมือด้านความรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกับภาคส่วนอื่น ๆ
การส่งเสริมให้มีการจัดประชุมทบทวนในระดับภูมิภาคเพื่อจัดทาแผนปฏิบัติการว่ าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน
และการรายงานความก้าวหน้าของแผนปฏิบัติการแห่งชาติ23 นอกจากนี้ ได้มีการรับรองหลักการชี้แนะเรื่อง
สิทธิมนุษยชนสาหรับธุรกิจ (Guiding Principles on Business and Human Rights - UNGP) โดยคณะมนตรี
สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN Human Rights Council) หลักการชี้แนะดังกล่าวแบ่งออกเป็น 3 ส่วน
ได้แก่ 1) หน้าที่ของรัฐในการปกป้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชน 2) ความรับผิดชอบของภาคธุรกิจ ในการเคารพ
หลักสิทธิมนุษยชน และ 3) การเข้าถึงการเยียวยา สาหรับภูมิภาคเอเชียนั้น ได้มีการจัดประชุม UN Asia
Regional Forum on Business and Human Rights โดยคณะท างานว่ า ด้ ว ยธุ ร กิ จ กั บ สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน
23
คณะอนุกรรมการด้านสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ. แผนยุทธศาสตร์การส่งเสริม
และคุ้มครองสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม และแผนปฏิบัติการคณะอนุกรรมการด้านสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และ
วัฒนธรรม (พ.ศ. 2560 - 2565). หน้า 13.