แผนยุทธศาสตร์คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 - 2565
11
(4) โทษประหารชีวิต ในทางปฏิบัติประเทศไทยไม่ได้มีการบังคับใช้โ ทษประหารชีวิตมาตั้งแต่ปี
พ.ศ. 2547 แต่ในปี พ.ศ. 2552 ที่ประเทศไทยได้ประหารชีวิตนักโทษคดียาเสพติดจานวน 2 ราย ซึ่งขัดแย้งกับ
มติของที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติเมื่อปี พ.ศ. 2551 ที่มีมติให้ระงับการลงโทษประหารชีวิตทั่วโลก
สาหรับการกาหนดโทษประหารชีวิตนั้น กสม. ได้ศึกษาแนวทางไว้สองแนวทางคือ แนวทางแรก ควรยกเลิก
โทษประหารชีวิตเนื่องจากขัดต่อหลักมนุษยธรรม ส่วนแนวทางที่สอง ไม่ควรยกเลิกโทษประหารชีวิตเนื่องจาก
ยังมีป ระโยชน์ ในการป้องปรามและยั บยั้ งไม่ให้ มีการกระทาความผิ ดร้ายแรง ซึ่งการคงไว้ซึ่งโทษดังกล่ าว
จะทาให้ผู้ที่จะกระทาผิดร้ายแรงได้ตระหนักถึงโทษที่จะได้รับ เกิดความเกรงกลัวและยับยั้งการกระทาดังกล่าว
พร้ อ มทั้ ง เสนอแนะให้ รั ฐ บาลไทยให้ สั ต ยาบั น ในพิ ธี ส ารเลื อ กรั บ ส่ ว นที่ ส องในกติ ก าระหว่ า งประเทศ
ว่าด้วยสิ ทธิพลเมืองและสิ ทธิทางการเมืองเพื่อยกระดับการดาเนินงานด้านสิทธิม นุ ษยชนในประเทศไทย
และนาไปสู่การออกกฎหมายยกเลิกโทษประหารชีวิตในท้ายที่สุด10 อย่างไรก็ดี แนวคิดและการดาเนินการของ
รัฐบาลเกี่ยวกับการยกเลิกโทษประหารชีวิตในปัจจุบันถือว่ามีความก้าวหน้า เพราะได้มีการผลักดันให้อยู่ใน
แผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2557 - 2561 เพื่อยกระดับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชน
ภายในประเทศให้ ส อดคล้ อ งกั บ มาตรฐานสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนสากล โดยปรากฏในแผนสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน
ด้านกระบวนการยุติธรรม
(5) เสรีภาพการสื่อสารและสื่อมวลชน เนื่องจากรัฐบาลได้ประกาศใช้พระราชกาหนดการบริหาร
ราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ทาให้รัฐบาลมีอานาจจากัดสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อแพร่สัญญาณ และให้อานาจแก่
รัฐบาลในการเข้ามามีอานาจตรวจสอบข่าวที่ใ ช้ดุลยพินิจแล้วว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศ
จึงทาให้ในช่วงปี พ.ศ. 2552 - 2554 มีการปิดกั้นเสรีภาพของสื่อมวลชน และเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
ถือเป็ นการจากัดเสรีภาพซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 รับรองไว้ และถือเป็น
การละเมิดสิทธิมนุษยชนเช่นกัน
องค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดนเผยแพร่ดัชนีเสรีภาพสื่อในปี พ.ศ. 2558 ว่าตกต่าลงทั่วโลก เทคโนโลยี
สมัยใหม่กลายเป็นเครื่องมือในการโฆษณาชวนเชื่อ ขณะที่ผู้นาในหลายประเทศพยายามปิดกั้นเสรีภาพสื่อ
สาหรับประเทศไทยได้ถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 136 จาก 180 ประเทศ ถูกลดลงมา 2 อันดับ โดยมีคะแนน
44.53 คะแนน
(6) สิทธิชุมชนและการจั ดการทรัพ ยากรธรรมชาติ สิ่ งแวดล้อม และที่ดินที่เป็นธรรมและยั่งยืน
ในปี พ.ศ. 2557 กสม. ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับสิทธิชุมชนในการเข้าถึงและจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
จานวน 87 เรื่อง จากทั้งหมด 689 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 12.72 ซึ่งสูงเป็นอันดับสองจากเรื่องร้องเรียนทั้งหมด
โดยประเด็นการร้องเรียนทั่วไปในปี พ.ศ. 2557 เกี่ยวข้องกับผลกระทบจากการบริหารจัดการทรัพยากรน้า11
10
11
ศรีสมบัติ โชคประจักษ์ชัด, นิตยา สาเร็จผล และสัญญา เนียมประดิษฐ์. (2555). รายงานการประเมินผลสัมฤทธิ์การดาเนินการ
ตามแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (ช่วงครึ่งแผน) ประจาปี พ.ศ. 2552 – 2554. คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
มหาวิทยาลัยมหิดล.
ได้แก่ กรณีเกี่ยวกับเขื่อนและอ่างเก็บน้า ฝายขนาดใหญ่ กรณีเกี่ยวกับคลองส่งน้า กรณีเกี่ยวกับการเปลี่ยนสภาพแหล่งน้า และ
สร้างสิ่งกีดขวาง หรือล่วงล้าแหล่งน้า และกรณีความขัดแย้งในการจัดการทรัพยากรน้า