รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำ�ปี ๒๕๕๖
บทบาทของสตรีให้มีความเท่าเทียมและความเสมอภาคต่อไป เพื่อให้สตรีได้รับสิทธิตามที่กฎหมายให้
การรับรองไว้
๓.
สิทธิด้านสถานะบุคคลและกลุ่มชาติพันธุ์
การแก้กฎหมาย ๒ ฉบับที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องสถานะบุคคล คือ (๑) พระราชบัญญัติทะเบียน
ราษฎร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งเปิดโอกาสให้มีการจดทะเบียนการเกิด สำ�หรับผู้ที่เกิดบนแผ่นดินไทยได้
และ (๒) พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มาตรา ๒๓ การลงรายการ
สั ญ ชาติ ไ ทยโดยหลั ก ดิ น แดน การแก้ ก ฎหมายทั้ ง ๒ ฉบั บ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๑ จะช่ ว ยขจั ด ปั ญ หาความ
ไร้สัญชาติและเสมือนไร้สัญชาติของผู้ที่เกิดบนแผ่นดินไทยได้ อย่างไรก็ดี ในทางปฏิบัติพบว่า เจ้าหน้าที่
ในพื้นที่ระดับจังหวัดและอำ�เภอหลายแห่งยังไม่สามารถนำ�นโยบายสู่ภาคปฏิบัติ เพราะยังไม่แน่ใจหรือ
เข้าใจว่าสามารถใช้กฎหมายทั้ง ๒ ฉบับได้ ทำ�ให้มีปัญหาการกำ�หนดสถานะบุคคลและลงรายการสัญชาติ
ในทะเบียนราษฎร ดังนั้น หน่วยงานของรัฐที่มีอำ�นาจหน้าที่รับผิดชอบในการดำ�เนินการตามกฎหมาย
คือ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย จะต้องกำ�หนดนโยบายหรือมาตรฐานในการปฏิบัติงานของ
อำ�เภอต่างๆ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีอำ�นาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๕๓๔ และ
พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. ๒๕๐๘ ให้ปฏิบัติหน้าที่ในการให้บริการประชาชนอย่างรวดเร็วและเป็น
มาตรฐานเดียวกันในทุกๆ อำ�เภอโดยไม่เลือกปฏิบัติ และทำ�ให้ประชาชนได้รับการบริการที่ดี รวดเร็ว
ถูกต้องและเป็นธรรม อีกทั้งต้องสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องสถานะบุคคลกับการได้รับสัญชาติไทย
ให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และติดตามตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง
สถานะบุคคลที่แสวงหาประโยชน์ที่มิชอบ
ส่วนพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๕๕ เกี่ยวกับไทยพลัดถิ่นนั้น ก็มีปัญหาในการ
ดำ�เนินการเช่นเดียวกัน จากการประเมินสถานการณ์พบว่า คนไทยพลัดถิ่น คือ บุคคลที่มีเชื้อสายไทย
ที่อาศัยอยู่ในพม่าและกัมพูชาบริเวณที่ติดกับชายแดนไทยซึ่งเป็นดินแดนของไทยมาก่อน แต่ต่อมามีการ
เปลี่ยนแปลงเส้นเขตแดน ทำ�ให้ดินแดนบางส่วนเป็นของประเทศเพื่อนบ้าน และคนไทยที่อยู่ในบริเวณ
ดั ง กล่ า วจึ ง กลายเป็ น พลเมื อ งของประเทศเพื่ อ นบ้ า นไปโดยปริ ย าย และลู ก หลานของคนกลุ่ ม นี้ ไ ม่ ไ ด้
รับสัญชาติไทย ต่อมา ได้มีคนไทยกลุ่มนี้บางส่วนอพยพเข้ามาอยู่ในประเทศไทยและขอสัญชาติไทยคืน
โดยได้ ร ณรงค์ ใ ห้ รั ฐ ดำ � เนิ น การในเรื่ อ งดั ง กล่ า วมานานถึ ง ๑๐ ปี ในที่ สุ ด รั ฐ สภาได้ ใ ห้ ค วามเห็ น ชอบ
พระราชบั ญ ญั ติ สั ญ ชาติ (ฉบั บ ที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๕๕ เมื่ อ เดื อ นมกราคม ๒๕๕๕ ซึ่ ง เป็ น กฎหมายที่ จ ะ
คื น สั ญ ชาติ ไ ทยให้ ค นไทยพล�� ด ถิ่ น ที่ เ คยอาศั ย อยู่ ใ นเขตแดนของประเทศพม่ า และกั ม พู ช า ประมาณ
๒๐,๐๐๐ คน ขณะนั้ น คนไทยพลั ด ถิ่ น จำ � นวนหนึ่ ง กั ง วลว่ า อาจมี อุ ป สรรคในการขอคื น สั ญ ชาติ ไ ด้
กสม. โดยคณะอนุกรรมการด้านสถานะบุคคลของผู้ไร้สัญชาติ ไทยพลัดถิ่น ผู้อพยพ และชนพื้นเมือง
จึงได้จัดการเสวนาเกี่ยวกับแนวทางในการดำ�เนินการตามกฎหมายดังกล่าว เพื่อให้หน่วยงานได้รับทราบ
21