รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำ�ปี ๒๕๕๖
โดยควรเร่ ง รั ด ตรวจสอบข้ อ เท็ จ จริ ง ของการใช้ แรงงานในสถานประกอบการ ในเรื อ ประมง ชี้ แจงทำ �
ความเข้าใจแก่ผู้ประกอบการเกี่ยวกับการกระทำ�ที่อยู่ในข่ายค้ามนุษย์ เข้มงวดกวดขันให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ
ที่มีอำ�นาจหน้าที่ เช่น กระทรวงแรงงาน สำ�นักงานตำ�รวจแห่งชาติ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความ
มั่นคงของมนุษย์ กระทรวงกลาโหม (กองทัพเรือ) กระทรวงมหาดไทย บังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการ
ค้ามนุษย์ ทั้งในการดำ�เนินการทางกฎหมายแก่ผู้กระทำ�ผิดฐานค้ามนุษย์ และให้การช่วยเหลือผู้เสียหาย
จากการค้ า มนุ ษ ย์ รวมทั้ ง ปรั บ ปรุ ง กระบวนการพิ พ ากษาคดี แ ละอื่ น ใดที่ เ กี่ ย วข้ อ งในการแก้ ปั ญ หา
การค้ามนุษย์
๓.
การผลักดันให้ประเทศไทยให้สัตยาบันอนุสัญญาองค์การแรงงาน
ระหว่างประเทศ (International Labour Organization : ILO)
ฉบับที่ ๘๗ และฉบับที่ ๙๘
ปั จ จุ บั น มี ค วามจำ � เป็ น ที่ จ ะต้ อ งผลั ก ดั น ให้ ป ระเทศไทยให้ สั ต ยาบั น อนุ สั ญ ญาองค์ ก ารแรงงาน
ระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ ๘๗ และฉบับที่ ๙๘ ที่เกี่ยวกับการรวมตัวและเจรจาต่อรองของลูกจ้าง
ในสถานประกอบการ ซึ่ ง ถู ก ละเมิ ด สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนโดยนายจ้ า งมาเป็ น เวลาหลายสิ บ ปี และมี แ นวโน้ ม
เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องเร่งรัดขจัดอุปสรรคดังกล่าว โดยการให้สัตยาบัน
อนุ สั ญ ญา ILO ฉบั บ ที่ ๘๗ และฉบั บ ที่ ๙๘ อย่ า งเป็ น รู ป ธรรม โดยเฉพาะอย่ า งยิ่ ง การตี ค วาม
มาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ กสม. จึงขอสนับสนุนการ
ให้ สั ต ยาบั น อนุ สั ญ ญาทั้ ง สองฉบั บ ในฐานะที่ เ ป็ น องค์ ก รที่ มี ห น้ า ที่ ทำ � ความเข้ า ใจต่ อ รั ฐ ผู้ เ กี่ ย วข้ อ ง
และสั ง คมให้ เข้ า ใจและตระหนั ก ว่ า สิ ท ธิ ข องแรงงานในการรวมตั ว เจรจาต่ อ รองเป็ น สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน
ซึ่งได้มีการรับรองในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๖๔ และมีหน้าที่
ในการส่งเสริม สนับสนุน และผลักดันให้ประเทศไทยให้สัตยาบันอนุสัญญาทั้ง ๒ ฉบับข้างต้น รวมทั้ง
จะต้องปรับแก้กฎหมายภายในให้สอดคล้องกับอนุสัญญาดังกล่าว
การคุ้มครองกลุ่มที่เสี่ยง
ต่อการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน
๑.
สิทธิเด็ก
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ และกฎหมายไทย เช่น พระราชบัญญัติ
คุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ ได้ให้การรับรองและคุ้มครองสิทธิเด็กที่สอดคล้องตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก
19