ข้อเสนอสาคัญประการหนึ่งจากงานของยศ คือการอนุรักษ์ภูมิปัญญาระบบนิเวศเกษตรของ
ชุมชนชาติพันธุ์บนที่สูง โดยเฉพาะระบบไร่หมุนเวียนจะเป็นพื้นฐานสาคัญในการพัฒนาระบบการจัดการ
ทรัพยากรบนที่สูง เนื่องจากมีคุณประโยชน์ที่สาคัญอย่างน้อย ๓ ประการ คือ ประการแรก เป็นการ
อนุรักษ์สายพันธุ์พืชพื้นบ้าน ทั้งที่เป็นอาหารและยาเอาไว้ในท้องถิ่น ประการที่สอง เป็นการรักษาความ
หลากหลายทางวัฒนธรรม เป็นการเคารพต่อศักดิ์ศรี อัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์และยังเป็นการส่งเสริมให้
ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรอย่างแท้จริงและประการที่สาม คือ เป็นการอนุรักษ์
ระบบนิเวศ ระบบการผลิตและแหล่งอาหารของชุมชน ความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งเหล่านี้จะเป็นพื้นฐาน
สาคัญของการสร้างศักยภาพของเกษตรกรอย่างยั่งยืนต่อไปแม้การศึกษาวิจัยในระบบไร่หมุนเวียนที่
เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจะทาให้เกิดองค์ความรู้ ความเข้าใจในประเด็นดังกล่าวมากขึ้น แต่ด้านหนึ่งองค์
ความรู้ในเรื่องดังกล่าวยังคงต้องเผชิญกับแรงเสียดทานและอคติด้านลบของสังคมและบางหน่วยงานของ
รัฐมายาวนาน ฉะนั้น ในเรื่องของการสร้างความรู้ ความเข้าใจเพื่อนาไปสู่การยอมรับจึงยังคงจาเป็น
โดยเฉพาะในบริ บ ทการเปลี่ ย นแปลงอย่า งเข้ ม ข้ น ของสั ง คม โดยเฉพาะด้ า นเศรษฐกิ จ สั ง คมและ
สิ่งแวดล้อม ล้วนส่งผลถึงระบบไร่หมุนเวียนและวิถีชีวิตของคนชาติพันธุ์บนที่สูงอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก
โดยในหัวข้อต่อไป จะได้ทบทวนและพิจารณาถึงแนวคิดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับระบบไร่
หมุนเวียน
อย่างไรก็ดี ระบบการทาไร่หมุนเวียนได้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากอดีต อย่างต่อเนื่อง โดยงาน
ศึกษาของอานันท์ กาญจนพันธุ์และคณะ (๒๕๔๗) ได้ศึกษาการทาไร่หมุนเวียนใน ๑๑ หมู่บ้าน ใน
จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย และลาปาง และพบว่าเกือบทุกหมู่บ้านมีสัดส่วนการใช้ที่ดินทาไร่
หมุนเวียนลดลงในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมา ด้วยเงื่อนไขและแรงกดดันต่างๆ ส่งผลถึงการปรับตัวของระบบไร่
หมุนเวียนที่แตกต่างกันใน ๓ ลักษณะ๕ ได้แก่
๑) ไร่หมุนเวียนที่ป รับ ตัว อย่างยั่งยืน ถือว่ายัง เป็นระบบที่ยังมีเสถียรภาพ มีรอยหมุนเวี ยน
ยาวนานเพียงพอ สามารถทาได้อย่างต่อเนื่อง โดยที่ระบบนิเวศยังมีความอุดมสมบูรณ์ มีองค์กรชุมชนที่
มีอานาจจัดการทรัพยากรและมีทางเลือกในการพึ่งพารายได้เสริมจากการแหล่งอื่น หมู่บ้านในกลุ่มนี้
ครัวเรือนส่วนใหญ่ทาไร่หมุนเวียนเป็นระบบการผลิตหลัก ทานาทาสวนเป็นระบบรองและเก็บหาของป่า
เป็นระบบเสริม
๒) ไร่หมุนเวียนที่ปรับตัวอย่างมีทางเลือก เป็นลักษณะที่ชุมชนที่ถูกดันให้ลดรอบหมุ นเวียนลง
แต่ ยั ง คงรั ก ษาระบบไว้ ไ ด้ค่ อ นข้ างดี เพราะยั ง มี อ งค์ ก รชุ มชนจั ดการและควบคุ ม การใช้ท รั พยากร
ชาวบ้านมีทางเลือกการหารายได้ที่หลากหลาย ทานาหรือสวนเป็นระบบหลัก มีการผลิตอื่นๆ ที่เป็น
ทางเล���อกในการ ยังชีพและหารายได้ ส่วนไร่หมุนเวียนตอบสนองในเรื่องข้าวและพืช อาหารและมี
ความหมายในทางวัฒนธรรมของชุมชน
๓) ไร่หมุนเวียนที่ปรับตัวอย่างพึ่งพา เป็นลักษณะชุมชนที่ถูกกดดันจากรัฐอย่างหนัก ชาวบ้าน
ต้องจากัดพื้นที่ทากิน จนไม่สามารถรักษาระบบไร่หมุนเวียนเอาไว้ได้ พื้นที่ส่วนใหญ่ถูกเปลี่ยนเป็นไร่
ถาวร พึ่งพาตลาดภายนอกมากขึ้นด้วยการปลูกพืชพาณิชย์และการเป็นแรงงานรับจ้าง องค์กรชุมชนเริ่ม
ไร้อานาจการจัดการทรัพยากร ระบบเกษตรและการใช้ที่ดินถูกเปลี่ยนให้ปัจเจกจัดการ ระบบนิเวศเสื่อม
๕
เอกสาร “ไร่หมุนเวียนฉบับย่อ ระบบการเกษตรแบบไร่หมุนเวียน: สถานภาพและความเปลี่ยนแปลง” จากรายงานการวิจัยและอก
สารประกอบการประชุมระดับชาติเรืองไร่หมุนเวียนและนโยบายบนที่สูง โดยคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดพิมพ์ครั้งที่ ๒
สนับสนุนการพิมพ์โดยศูนย์มานุษยวิทยาสิริธร (องค์การมหาชน)
๗