การทาไร่ข้าวโพด : เป็นระบบการผลิตรูปแบบใหม่ ตามกระแสทุน ที่เข้ามาในหมู่บ้าน เริ่มจาก
ปี พ.ศ.๒๕๒๗ พื้นที่ที่เคยปลูกข้าวไร่ ได้ปรับเปลี่ยนมาปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แทนทั้งหมดทุกครัวเรือน
ส่วนครอบครัวไหนที่ไม่มีทุนในการเพาะปลูก นายทุนจ่ายเมล็ดพันธุ์ ค่าปุ๋ย และสารเคมี ยาฆ่าหญ้าให้
ก่อน พอเก็บเกี่ยวผลผลิตจึงค่อยหักค่าใช้จ่ายคืนให้กับนายทุน ซึ่งชาวบ้านจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบให้กับ
นายทุนหรือพ่อค้าคนกลาง เพราไม่สามารถต่อรองราคาผลผลิตได้เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทาให้เกิดภาวะ
หนี้สินในครัวเรือน ประกอบการการใช้สารเคมีในไร่ข้าวโพดส่งผลให้พันธุกรรมของพืชผักบางชนิดสูญ
หายไป
การเลี้ยงสัตว์ : ชาวบ้านมีการเลี้ยงสัตว์ด้วยวัตถุประสงค์หลัก ๒ ข้อ คือ เลี้ยงเพื่อไว้บริโภคหรือ
ขายและการเลี้ยงเพื่อประกอบพิธีกรรม สัตว์ที่เลี้ยง เช่น วัว ควาย หมู ไก่
การหาของป่า : ป่าเป็นแหล่งอาหารที่สาคัญที่สุดของชุมชน ทุกครัวเรือน ได้ใช้ประโยชน์จากป่า
ทั้งการบริโภคและใช้สอย จะมีการขายบ้างเล็กน้อย เช่น หน่อไม้หก แต่ปัจจุบันไม่มีการขายเนื่องจาก
เส้นทางคมนาคมไม่สะดวก ของป่าที่ใช้เป็นอาหาร เช่น หน่อไม้ เห็ดและสัตว์ป่าบางชนิด การใช้สอย
การนาไม้ใช้ก่อสร้างบ้านเรือน แต่จะต้องได้อนุญาตจากคณะกรรมการป่าชุมชนของหมู่บ้านเสียก่อน
เพื่อเป็นการควบคุมการใช้และการหาของป่าอย่างไม่มีขอบเขต
สวนผสมผสาน : เป็นการปลูกพืชหลายๆ ชนิดในสวนเดียวกัน เช่น มะม่วง ลาไย ลิ้นจี่ กาแฟ
ต้นกล้าได้รับการสนับสนุนจากโครงการดอยเวียงผาพัฒนาบนพื้นที่สูง และมีการนาพันธ์ไม้อื่นๆ เข้ามา
ปลูกเรื่อยๆ
สวนชาและสวนกาแฟ : สวนชาเป็นสวนที่มีมาแต่ดั้งเดิม ส่วนกาแฟเริ่มปลูกตามโครงการดอย
เวียงผาฯ เข้ามาสนับสนุน ครอบครัวที่ทาประมาณ ๓ ครอบครัว
“หย่ อ มบ้ า นผาเยื อ ง” ปั จ จุ บั น บ้ า ยผาเยื อ ง เป็ น หมู่ บ้ า นหนึ่ ง ในหมู่ ๗ บ้ า นห้ ว ยหิ น ลาด
ตาบลบ้านโป่ง อาเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย มีนายวะ คาอือ เป็นผู้นาหมู่บ้าน (หี่โข่) และผู้นาทาง
ศาสนา ได้รับการแต่งตั้งจากทางราชการเมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๔๓ ขึ้นเป็นหมู่บ้านห้วยผาเยือง
ขณะนั้นมี ๖ เลขที่บ้าน ๘ ครอบครัว ประชากรทั้งหมด ๓๔ คน เป็นชาย ๒๐ คน เป็นหญิง ๑๔ คน คน
ในชุมชนมีอาชีพหลักทาการเกษตรได้แก่ ทาไร่ ปลูกพืชหมุนเวียน ปลูกข้าว พืชผักสาหรับบริโภค และ
ปลูกชาเพื่อขาย ทานา ๓ ครอบครัว เลี้ยงวัวทุกครอบครัว อาชีพรองทาการเกษตรผสมผสานในไร่ชา หา
ของป่าเพื่อบริโภคและขาย เลี้ยงหมู ไก่ เป็ด เพื่อบริโภค และใช้ในพิธีกรรม
ชื่อหมู่บ้านปัจจุบันเรียกว่าบ้านห้วยผาเยือง จากอดีตนั้นไม่ทราบถิ่นฐานที่แน่ชัดว่าชาวบ้านกลุ่ม
นี้มาจากที่ใด แต่สันนิษฐานตามข้อมูลของนายเหว่คา ซึ่งเป็นบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว นั้นเดินทางมา
จากอาเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการอพยพเข้ามาอยู่ก่อนสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ มีผู้มาตั้งถิ่น
ฐานด้วยกันที่นี่ทั้งหมดประมาณ ๑๕ ครอบครัว มีนายพะลีหลวง เป็นผู้นาหมู่บ้าน (หี่โข่) อยู่ได้ประมาณ
๕-๖ ปี เกิดการแตกแยกย้ายถิ่นฐาน โดยบางส่วนไปอยู่ที่แม่ปูนน้อย สาเหตุเนื่องจากว่าแดลอแมแพวปู
แห่งนี้มีพื้นที่ทาการเกษตรทาไร่น้อยไม่เพียงพอ นายพะลีหลวงและลูกน้องทั้งหมด ๕ ครอบครัวจึงย้าย
มาอยู่แดลอไม้ตากวางโกล๊ะ ได้ตั้งถิ่นฐานอยู่ที่แห่งนี้ได้เพียง ๓ ปี นายพะลีหลวงจึงได้เสียชีวิ ตด้ว ย
โรคชรา โดยชาวปกาเก่อญอเชื่อว่า ผู้นาหมู่บ้าน (หี่โข่) ซึ่งเป็น��ู้ก่อตั้งถิ่นฐานดูแลความทุกข์สุขของ
ชาวบ้าน ดาเนินวิถีชีวิต วัฒนธรรม ความเชื่อ เมื่อหี่โข่ถึงแก่กรรมที่นั่นจะต้องมีการเคลื่อนย้ายถิ่นหรือ
บ้านเรือนออกจากที่เดิมและหลังจากที่นายพะหลีหลวงได้ถึงแก่กรรม ชาวบ้านอยู่ต่อไปก็ไม่มีความสุข
มีเสือป่ามาจับกินสัตว์เลี้ยงของชาวบ้านแทบทุกวัน
๕๑