ของสิ ทธิของกลุ่ มชาติ พัน ธุ์ โดยเฉพาะกลุ่ มชาติพั นธุ์ ก ะเหรี่ย งหรื อ คนปกาเกอะญอที่ อ าศัย และใช้
ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
ในมาตรา ๗๐ รั ฐ พึ ง ส่ ง เสริ ม และให้ ค วามคุ้ ม ครองชาวไทยกลุ่ ม ชาติ พั น ธุ์ต่ า ง ๆ ให้ มี สิ ท ธิ
ดารงชีวิตในสังคมตามวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตดั้งเดิมตามความสมัครใจได้อย่างสงบสุข ไม่ถูก
รบกวน ทั้งนี้ เท่าที่ไม่เป็ น การขั ดต่ อ ความสงบเรี ยบร้ อยหรื อ ศีล ธรรมอันดี ข องประชาชนหรื อ เป็ น
อันตรายต่อความมั่นคงของรัฐ หรือสุขภาพอนามัย ข้อสังเกตในประเด็นสิทธิ เสรีภาพและหน้าที่ของรัฐ
บางประการที่เคยเป็น “สิทธิ” ถูกย้ายไปอยู่ใน “หมวดหน้าที่ของรัฐ ” ประเด็นสาคัญที่เพิ่มขึ้นมา คือ
มาตรา ๒๕๑๒ ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ระบุไว้ว่า สิทธิและเสรีภาพอื่นๆ ที่แม้รัฐธรรมนูญจะไม่ได้เขียน
รับรองไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ถ้าไม่มีกฎหมายใดห้ามไว้ ประชาชนมีสิทธิและเสรีภาพที่จะทาได้และ
ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญด้วย แม้หลักการเช่นนี้ไม่เคยถูกเขียนอยู่ในรัฐธรรมนูญทุกฉบั บก่อน
หน้านี้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าหลักการนี้ไม่เคยมีอยู่มาก่อน ที่จริงแล้วนี่คือหลักการทั่วไปของกฎหมายอาญาที่ว่า
“ไม่มีความผิด ไม่มีโทษ โดยไม่มีกฎหมาย” กล่าวคือ สิ่งใดที่จะเป็นความผิดและจะเป็นโทษได้ ต้องมี
กฎหมายบัญญัติไว้เท่านั้น จะเอาผิดและลงโทษบุคคลใดโดยไม่มีกฎหมายกาหนดไว้ไม่ได้ หลักการนี้
ได้รับการยอมรับและบังคับใช้กันโดยทั่วไปมาโดยตลอด หากพิจาณาตามมาตรา ๒๕ จะเห็นได้ว่าการใช้
สิ ท ธิ เ สรี ภ าพของประชาชนยั ง มี ข้ อ จ ากั ด ที่ มี ค วามยากและซั บ ซ้ อ นในการตี ค วาม คื อ ต้ อ งไม่
กระทบกระเทือนหรือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐ กระทบต่อความสงบเรียบร้อย กระทบต่อ
ศีลธรรมอันดีของประชาชน ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่น หากการใช้สิทธิเสรีภาพเข้าลักษณะ
เหล่านี้หรือถูกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตีความอาจเป็นเหตุให้ถูกจากัดสิทธิเสรีภาพได้ โดยหากเปรียบเทียบกับ
รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ และ ๒๕๕๐ ถือว่าเป็นครั้งแรกที่คาว่า “ความมั่นคงของรัฐ” ถูกนามาเขียน
เป็นหลักการทั่วไปในการจากัดสิทธิและเสรีภาพโดยครอบคลุม๑๓
ประเด็นสิทธิในกระบวนการยุติธรรมที่ถูกย้ายไปหมวดแนวนโยบายแห่งรัฐ อาจส่งผลให้พันธะ
ระหว่างรั ฐ และประชาชนหายไป ไม่เพียงแค่สิ ทธิ จ ะถู กย้ ายไปยัง หมวดหน้ า ที่ข องรัฐ แล้ ว ยั ง มี สิ ท ธิ
บางอย่างที่ ไม่ถูกพูดถึงในหมวดสิทธิและเสรีภาพเลย แต่มาปรากฏอยู่ในหมวดแนวนโยบายแห่งรัฐ
มาตรา ๖๘ ซึ่งหมวดแนวนโยบายแห่งรัฐเป็นเพียงแนวทางที่ให้รัฐดาเนินการตรากฎหมายและ กาหนด
นโยบายในการบริหารราชการแผ่นดินเท่านั้น ไม่มีมาตราใดมารับรองพันธกรณีที่รัฐมีต่อประชาชนใน
สิทธินั้น ขณะเดียวกันเมื่อสิทธิดังกล่าวถูกโยกย้ายไปเป็นแนวนโยบายของรัฐ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ใช้คา
ว่า "ต้อง" แต่หลีกเลี่ยงไปใช้คาว่า "พึง" แทน ซึ่งปัญหากระบวนการยุติธรรมที่ไม่เอื้อกับเกษตรที่ยากจน
นั้น เกิดขึ้นในสังคมไทยมาโดยตลอด รายงานวิจัยเรื่อง “ความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรมคดีที่ดิน
ราษฎรยากจน” ของสถาบันรพีพัฒนศักดิ์ ร่วมกับสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา คณะนิติศาสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปี ๒๕๕๗ พบว่ามีปัญหาหลายด้านในการ���่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม หลาย
กรณีรัฐมักละเลยการร้องเรียนของชาวบ้าน หรือไม่ร่ วมมือที่จะแก้ปัญหาและกลับเป็นผู้ฟ้องคดีชาวบ้าน
เสียเอง มีการออกเอกสารสิทธิ์ที่เจ้าหน้าที่รัฐออกให้เอกชนโดยมิชอบ เช่น กรณีเกษตรกรในจังหวัด
มาตรา ๒๕ สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย นอกจากที่บัญญัติคุ้มครองไว้เป็นการเฉพาะในรัฐธรรมนูญแล้ว การใดที่มิได้ห้ามหรือ
จากัดไว้ในรัฐธรรมนูญหรือในกฎหมายอื่น บุคคลย่อมมีสิทธิและเสรีภาพที่จะทาการนั้นได้ และได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ ตราบ
เท่าที่การใช้สิทธิหรือเสรีภาพเช่นว่านั้นไม่กระทบกระเทือนหรือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี
ของประชาชน และไม่ละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น
๑๓ ดูเพิ่มเติมที่ https://ilaw.or.th/node/4206
๑๒
๒๓