กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ กฎหมายว่า “การปฏิบัติที่แตกต่างกัน” (Differentiation หรือ Differential Treatment) โดยไม่น�ำองค์ประกอบ “เป็นธรรม” (Fair) มาใช้ในการจ�ำแนกระหว่างการปฏิบัติทั้งสองอย่างดังกล่าว ประการที่สี่ การบัญญัติหลักการเกี่ยวกับ“เหตุแห่งการเลือกปฏิบัติ” จากการศึกษาวิเคราะห์กฎหมายระหว่างประเทศ กฎหมายต่างประเทศ ในประเด็นของเหตุแห่งการ เลือกปฏิบัติ เปรียบเทียบกับกฎหมายไทย พบว่ายังมีปัญหาการระบุเหตุต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกปฏิบัติตาม รัฐธรรมนูญ จึงมีข้อเสนอแนะ ดังนี้ • เพิ่มเติมเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติบางประการให้ครอบคลุมและสอดคล้องกับกฎหมายสิทธิมนุษยชน ระหว่างประเทศ เช่น ก�ำหนดเหตุแห่งการเลือกปฏิบตั ใิ ห้ครอบคลุม “ความคิดเห็นอืน่ ใด” นอกเหนือจาก “ความคิดเห็น ทางการเมือง” รวมทั้งก�ำหนดเหตุครอบคลุม “ความเชื่ออื่น” นอกจากความเชื่อทาง “ศาสนา” • เพิ่มเติมเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติบางประการให้ครอบคลุมกับสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น ตามแนวทางของ กฎหมายต่างประเทศ เช่น ประวัติอาชญากรรม การให้นมบุตรจากอกแม่ รวมทั้งก�ำหนดแจกแจงเหตุแห่งการเลือก ปฏิบัติบางกรณีให้ชัดเจนขึ้น เช่น เหตุแห่ง “เพศ” นั้น เสนอว่าตามกฎหมายหลักเช่นรัฐธรรมนูญควรระบุรายละเอียด เช่น รสนิยมทางเพศ อัตลักษณ์ทางเพศ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ส�ำหรับเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติบางอย่าง ซึ่งไม่ได้มีการระบุไว้ชัดแจ้งตามรัฐธรรมนูญ เช่น ประวัติอาชญากรรม ผู้ติดเชื้อเอชไอวี การให้นมบุตรจากอกแม่ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในแง่หนึ่ง หากพิจารณากฎหมาย สิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ จะเห็นได้ว่า เหตุบางเหตุ เช่น การให้นมบุตรจากอกแม่ เอชไอวี ประวัติอาชญากรรม มิได้ปรากฏอยู่ในเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติที่ไทยมีพันธกรณีต้องปฏิบัติตาม แต่ในอีกแง่หนึ่งนั้น อาจพิจารณาได้ว่าเหตุ ดังกล่าวมีความส�ำคัญและการน�ำเหตุดังกล่าวมาปฏิบัติต่อบุคคลแตกต่างกันนั้นส่งผลกระทบต่อสิทธิพื้นฐานของบุคคล ในด้านต่าง ๆ เช่น การประกอบอาชีพ การใช้บริการต่าง ๆ ดังนั้น ก็ควรมีการคุ้มครองความเท่าเทียมกันของบุคคลที่ อยู่ในกลุ่มนี้ด้วย จึงมีข้อเสนอแนะ ๒ แนวทาง ดังนี้ • แนวทางแรก ไม่ก�ำหนดหรือระบุเหตุเหล่านี้เป็นเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติไว้อย่างชัดแจ้งในกฎหมาย แต่ ใช้วิธีการตีความ ให้อยู่ในเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติ เช่น ตีความประวัติอาชญากรรมว่าอยู่ในเหตุ “สถานะของบุคคล” ตีความผู้ติดเชื้อเอชไอวีว่าอยู่ในเหตุ “สุขภาพ” ส�ำหรับการให้นมบุตรจากอกแม่ ตีความว่าอยู่ในเหตุ “เพศ” เป็นต้น • แนวทางที่สอง เสนอให้มีการบัญญัติเพิ่มเติมเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติบางอย่างเหล่านี้ไว้ให้ชัดเจนใน กฎหมาย เช่น เพิ่มเติมเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติเหล่านี้ไว้ในรัฐธรรมนูญ รวมทั้งอาจจ�ำต้องมีการตรากฎหมายล�ำดับรอง เป็นการเฉพาะส�ำหรับการห้ามเลือกปฏิบัติด้วยเหตุเหล่านี้ เช่น แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายคุ้มครองแรงงานโดยการเลือก ปฏิบัติด้วยเหตุดังกล่าว (๓) ข้อเสนอในการต่อยอดการวิจัย จากผลการวิจัยชี้ให้เห็นถึงสภาพปัญหาของกฎหมายไทยปัจจุบันซึ่งยังไม่ครอบคลุมการเลือกปฏิบัติ ตามกฎหมายสิทธิมนุษยชน จึงน�ำไปสู่ข้อเสนอแนะในการบัญญัติกฎหมายกลาง อย่างไรก็ตาม ขอบเขตของงานวิจัยนี้ ยังไม่ครอบคลุมถึงการน�ำเสนอร่างกฎหมายกลางดังกล่าวในรายละเอียด จึงควรมีการศึกษาวิเคราะห์จัดท�ำร่าง กฎหมายกลางเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติเพื่อด�ำเนินการรับฟังความคิดเห็นและเข้าสู่กระบวนการเสนอกฎหมายตาม ล�ำดับต่อไป 17

Select target paragraph3