อนึ่่� ง ในปีี 2564 ได้้ มีี ก ารประกาศ
ใช้้ประมวลกฎหมายยาเสพติิดและให้้ยกเลิิก พ.ร.บ.
ยาเสพติิ ด ให้้ โ ทษ พ.ศ. 2522 และที่่� แ ก้้ ไขเพิ่่� ม เติิ ม
ซึ่่� ง ส่่ ง ผลให้้ ย กเลิิ ก ความผิิ ด บางประเภทที่่� มีี โ ทษ
ประหารชีีวิตส
ิ ถานเดีียวในกฎหมายดัังกล่่าว นอกจากนี้้�
ประมวลกฎหมายยาเสพติิดไม่่ได้้บััญญััติิกำหนดอััตรา
โทษความผิิดที่่�มีีโทษประหารชีีวิิตสถานเดีียวไว้้
3. การประเมิินสถานการณ์์
คณะกรรมการสิิทธิิมนุุษยชนแห่่งชาติิ
National Human Rights Commission of Thailand
ประเทศไทยยัังคงมีีการกำหนดโทษประหาร
ชีี วิิ ต ในกฎหมายหลายฉบัั บ ยธ. ได้้ ด ำเนิิ น การ
อย่่ า งต่่ อ เนื่่� อ งเพื่่� อ ปรัั บ เปลี่่� ย นโทษประหารชีี วิิ ต
ให้้สอดคล้้องกัับหลัักสิิทธิิมนุุษยชน ทั้้�งในส่่วนการสร้้าง
ความรู้้�ความเข้้าใจแก่่สัังคมในการปรัับเปลี่่�ยนทััศนคติิ
เกี่่�ยวกัับการใช้้โทษประหารชีีวิิต โดยผลการสำรวจ
ความคิิดเห็็นของประชาชนสะท้้อนทััศนคติิว่า่ การลงโทษ
ด้้วยวิิธีีอื่่�นจะไม่่สามารถยัับยั้้�งผู้้�ที่่�จะกระทำความผิิดได้้
รวมทั้้�งประชาชนส่่วนใหญ่่เห็็นว่่าฐานความผิิดที่่เ� กี่่ย� วกัับ
ชีีวิิตและร่่างกายยัังควรคงโทษประหารชีีวิิตไว้้ และ
อาจปรัับฐานความผิิดที่่�เกี่่�ยวกัับตำแหน่่งหน้้าที่่�ให้้เป็็น
โทษจำคุุกตลอดชีีวิิต รวมถึึงการดำเนิินการจััดรัับฟััง
ความคิิดเห็็นเพื่่อ� แก้้ไขเพิ่่�มเติิมกฎหมายจากฐานความผิิด
ที่่�มีีโทษประหารชีีวิิตสถานเดีียวในกฎหมายบางฉบัับ
76
ในปีี 2564 ยัังคงมีีจำนวนนัักโทษเด็็ดขาด
ที่่�ถููกพิิพากษาประหารชีีวิิตเมื่่�อคดีีถึึงที่่�สุุด แม้้ว่่าจะไม่่มีี
การประหารชีีวิิตจริิงก็็ตาม ทั้้�งนี้้� ฐานความผิิดที่่�มีีโทษ
ประหารชีี วิิ ต บางฐานความผิิ ด ไม่่ ใช่่ เ ป็็ น การทำให้้
บุุคคลอื่่�นเสีียชีีวิิตโดยเจตนา จากข้้อมููลยัังคงอยู่่�ใน
ขั้้�นตอนการศึึกษาระยะที่่� 1 และรัับฟัังความคิิดเห็็น
ของสัังคม ซึ่่ง� จะต้้องนำไปสู่่�การปรัับอััตราโทษในความผิิด
จากฐานความผิิ ดที่่� มีี โ ทษประหารชีี วิิ ตส ถานเดีี ย ว
เป็็น “โทษประหารชีีวิิตหรืือจำคุุกตลอดชีีวิิต” และ
การยกเลิิกโทษประหารชีีวิติ ในบางฐานความผิิด โดยเฉพาะ
ฐานความผิิดที่่�ไม่่ใช่่คดีีอุุกฉกรรจ์์ตามกติิกา ICCPR
โดยเปลี่่�ยนเป็็นโทษจำคุุกตลอดชีีวิตหรืื
ิ อมีีมาตรการอื่่น
� ๆ
ทดแทน ซึ่่�งเป็็นไปตามที่่�คณะกรรมการประจำกติิกา
ICCPR เสนอแนะให้้ประเทศไทยใช้้โทษประหารชีีวิิต
เฉพาะในคดีีอุุกฉกรรจ์์ที่่�สุุดเท่่านั้้�น เพื่่�อให้้สอดคล้้อง
ตามกติิกา ICCPR ข้้อ 6 (2) ทั้้�งนี้้� ในปีี 2564 ได้้มีี
การประกาศใช้้ประมวลกฎหมายยาเสพติิด ซึ่่�งมีีผลใช้้
บัังคัับ วัันที่่� 9 ธัันวาคม 2564 โดยกฎหมายดัังกล่่าว
ได้้กำหนดอััตราโทษความผิิดบางประเภทเป็็นโทษอััตรา
ขั้้�นสููงสุุดประหารชีีวิิต เพื่่�อให้้ผู้้�พิิพากษาสามารถใช้้
ดุุลพิินิิจ ซึ่่�งสอดคล้้องกัับมติิ ครม. ระยะที่่� 1
4. ข้้อเสนอแนะ
กสม. มีีข้้อเสนอแนะเพิ่่�มเติิมต่่อประเด็็น
โทษประหารชีีวิิต ดัังนี้้�
4.1 รัั ฐ บ า ล โ ด ย ก ร ะ ท ร ว ง ยุุ ติิ ธ ร ร ม
ควรเร่่งดำเนิินการตามมติิ ครม. เมื่่อ� วัันที่่� 26 กรกฎาคม
2559 ระยะที่่� 1 คืือ ปรัับอััตราโทษความผิิดบางประเภท
จากที่่�มีีโทษประหารชีีวิิตสถานเดีียว เป็็นโทษอััตรา
ขั้้�นสููงสุุดประหารชีีวิิต เพื่่�อให้้ผู้้�พิิพากษาสามารถใช้้
ดุุลพิินิิจที่่�จะลงโทษประหารชีีวิิตได้้โดยไม่่จำเป็็นต้้อง
วางโทษประหารชีีวิตส
ิ ถานเดีียวเท่่านั้้�น และดำเนิินการ
ให้้ความรู้้�ความเข้้าใจแก่่สังั คมไทยเกี่่ย� วกัับโทษประหาร
ชีี วิิ ต เชิิ ง รุุ ก อย่่ า งต่่ อ เนื่่� อ ง เพื่่� อ ปรัั บ เปลี่่� ย นทัั ศน คติิ
ที่่� ต่่ อ ต้้ า นการยกเลิิ ก โทษประหารชีี วิิ ต ไปสู่่�ทัั ศน คติิ
ที่่�เป็็นกลาง รวมถึึงมีีการสำรวจทััศนคติิและความรู้้�สึึก
ของประชาชนเป็็นระยะเพื่่อ� ประเมิินความเปลี่่�ยนแปลง
ต่่อการดำเนิินการที่่�เกี่่�ยวข้้องกัับโทษประหารชีีวิิต
4.2 รัั ฐ บาลควรมอบหมายหน่่ ว ยงาน
ที่่�เกี่่ย� วข้้องพิิจารณาทบทวนบทลงโทษสำหรัับการกระทำ
ความผิิ ด อาญาในกฎหมายฉบัั บ ต่่ า ง ๆ เพื่่� อ ยกเลิิ ก
โทษประหารชีี วิิ ต�� ำหรัั บ ความผิิ ดที่่� ไ ม่่ เข้้ า ข่่ า ยเป็็ น
“คดีีอุกุ ฉกรรจ์์ที่่สุ� ดุ ” เพื่่อ� นำไปสู่่�การปรัับแก้้ไขกฎหมาย
ให้้ ส อดคล้้ อ งกัั บ พัั นธ กรณีี ข องไทยตามข้้ อ 6 (2)
ของกติิกา ICCPR
3.6 เสรีีภาพในการแสดงความคิิ ด เห็็ น
และเสรีีภาพของสื่่�อมวลชน
1. สถานการณ์์/ปััญหา
1.1 เสรีีภาพในการแสดงความคิิดเห็็น
จากข้้ อ มูู ลสถิิ ติิ ข องสำนัั ก งานตำรวจ
แห่่งชาติิ (ตร.) พบว่่าในปีี 2564 มีีการดำเนิินคดีี
เกี่่ย� วกัับเสรีีภาพในการแสดงความคิิดเห็็น ตามประมวล