69
รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำ�ปี ๒๕๕๕
แห่งราชอาณาจักรไทย และมีความพยายามของภาคประชาชนที่จะเข้าไปมีส่วนในการคิด ตัดสินใจ
และตรวจสอบแผนงานหรือโครงการที่จะเข้ามา ถือเป็นการใช้สิทธิชุมชนในการก�ำหนดเจตจ�ำนงว่าชุมชน
จะมีทิศทางพัฒนาไปในทิศทางใด และโครงการใดที่เหมาะสมกับท้องที่ของตน
(๓.๒) หน้าที่ของรัฐในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตามหลักกฎหมาย
การส่ ง เสริ ม และคุ ้ ม ครองสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนตามหลั ก กฎหมายถื อ เป็ น หน้ า ที่ ส� ำ คั ญ ของรั ฐ
ที่จะต้องให้ความเคารพ ให้การคุ้มครอง และท�ำให้สิทธิเกิดผลในทางปฏิบัติ และจากสถานการณ์ด้านสิทธิ
ชุมชนและฐานทรัพยากร ในปี พ.ศ. ๒๕๕๕ พบว่า มีกฎหมายและระเบียบจ�ำนวนมากที่มีการพัฒนาให้
ประชาชนสามารถใช้สทิ ธิของตน และเข้าไปมีสว่ นร่วมในโครงการต่างๆ ไม่วา่ จะเป็นการร่างพระราชบัญญัติ
การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ. .... จัดให้มีองค์กรอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ตาม
มาตรา ๖๗ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ เพื่อพิจารณาโครงการที่มีผลกระทบ
ต่อชุมชน การมีส�ำนักโฉนดชุมชน และการผลักดันให้ภาคประชาชนเสนอกฎหมายและเข้าไปมีส่วนร่วม
เป็นกรรมาธิการในการพิจารณาร่างกฎหมาย การด�ำเนินการของภาครัฐเกี่ยวกับนโยบายการส่งเสริม
ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมหรือโครงการที่อาจมีผลกระทบต่อชุมชนถือว่ามีความก้าวหน้ามาก
การออกกฎหมายมารับรองสิทธิชุมชน การมีเงื่อนไขที่จะต้องให้ชุมชนมีส่วนร่วมกับโครงการก่อนจะมี
โครงการจริงในพื้นที่ หรือแม้แต่การเปิดให้ประชาชนหรือชุมชนเสนอร่างกฎหมายล้วนแต่เป็นเรื่องที่รัฐ
ส่งเสริมและให้การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตามหลักกฎหมาย และให้ชุมชนสามารถใช้สิทธิชุมชนตาม
รัฐธรรมนูญในการบริหารจัดการพื้นที่
(๓.๓) หน้าที่ของรัฐในการส่งเสริมให้สิทธิเกิดผลในทางปฏิบัติ
รัฐมีหน้าที่ต้องด�ำเนินการรับรองหรือประกันสิทธิของประชาชนและต้องมีมาตรการต่างๆ
ที่จะให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิได้ แต่จากสถานการณ์ด้านสิทธิชุมชนและทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ในปี ๒๕๕๕ จะเห็นได้ว่า ประชาชนยังไม่สามารถใช้สิทธิของตนได้อย่างเต็มที่ แม้ในระดับนโยบายจะมีการ
ออกกฎหมายและมาตรการต่างๆ เพื่ออ�ำนวยความสะดวก แต่ในทางปฏิบัติจริงแม้จะมีการด�ำเนินการให้
ครบขั้นตอนหรือกระบวนการที่นโยบายหรือกฎหมายก�ำหนดแต่กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนกลับ
ไม่เป็นไปตามเจตนารม��์ของกฎหมายหรือนโยบายนั้น เช่น กระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน
แม้มีการจัดการรับฟังความคิดเห็นจริง แต่ผู้เข้าร่วมหรือผู้มีส่วนได้เสียกลับเป็นบุคคลภายนอก เป็นต้น
จากสถานการณ์ สิ ท ธิ ชุ ม ชนและการมี ส ่ ว นร่ ว มในการจั ด การทรั พ ยากรธรรมชาติ แ ละ
สิ่ ง แวดล้ อ ม ที่ ป รากฏในปี ๒๕๕๕ เมื่ อ เที ย บกั บ กรอบการประเมิ น สถานการณ์ สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนพบว่ า
ในด้านนโยบายรัฐได้ด�ำเนินการออกกฎหมายและระเบียบต่างๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่ในทางปฏิบัติ
ยังไม่สามารถท�ำได้อย่างถูกต้องครบถ้วนตามกระบวนการ จึงยังมีการละเมิดสิทธิชุมชนและฐานทรัพยากร
อยู่อย่างต่อเนื่อง