66
รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำาปี ๒๕๕๕
(๘) สถานการณ์ด้านการจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ทำาให้ละเมิดสิทธิมนุษยชน
(๘.๑) มาตรการจัดการป่าของประเทศไทย แนวทางในการจัดการที่ป่าของรัฐ เดิมใช้การ
ประกาศป่าสงวนแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ ๒๕๐๗ ซึ่งเป็นมาตรการที่มุ่งในการ
ควบคุมพื้นที่ป่า เพื่อการใช้ประโยชน์จากป่าเป็นส�าคัญ ทั้งการให้สัมปทานไม้ในอดีต แม้ว่าจะสิ้นสุดแล้ว
เมื่อปี ๒๕๓๑ แต่ยังคงมีการอนุญาตให้เข้าใช้ประโยชน์หรือกระทั่งอยู่อาศัยในพื้นที่ ดังนั้น พื้นที่ป่าสงวน
แห่งชาติที่ถูกประกาศปัจจุบันจึงมีพื้นที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ต่อมา มาตรการการจัดการป่าของประเทศไทย
จึงได้เปลี่ยนเป็นการประกาศพื้นที่ป่าอนุรักษ์ คือ การประกาศเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ หรือพื้นที่คุ้มครอง ได้แก่
อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า วนอุทยานแห่งชาติ เขตห้ามล่าสัตว์ป่า รวมถึงสวนรุกขชาติและ
สวนพฤกษศาสตร์
จากข้อบังคับที่เข้มงวดของการประกาศป่าอนุรักษ์ ท�าให้ได้ผลเรื่องการอนุรักษ์
พื้นที่ป่ามากกว่าการประกาศป่าสงวนแห่งชาติ แต่เนื่องจากขั้นตอนการด�าเนินการประกาศพื้นที่อนุรักษ์
ที่ผ่านมาที่มิได้มีกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน ไม่มีการส�ารวจพื้นที่จริงเพื่อคุ้มครองสิทธิชุมชน ไม่มี
แนวเขตการควบคุมที่ชัดเจน รวมทั้งนโยบายการสนับสนุนส่งเสริมการประกอบอาชีพให้กับราษฎรที่ขาด
ความรอบคอบของรัฐ จึงส่งผลให้มีการประกาศพื้นที่ทับซ้อนกับพื้นที่ใช้ประโยชน์ท�ากินและการเก็บหา
ของป่าของประชาชนในชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมเป็นจ�านวนมาก เกิดปัญหาในเชิงสิทธิชุมชนมากมาย ไม่ว่าจะ
เป็นปัญหาความขัดแย้ง ความรุนแรง การไล่รื้อ และการจับกุมในพื้นที่พิพาท ซึ่ง กสม. ได้เข้าไปด�าเนินการ
เพื่อไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ชะลอการจับกุมโดยการจัดประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และท�าหนังสือ
ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ตั ว อย่ า งเรื่ อ งร้ อ งเรี ย นของราษฎรที่ ไ ด้ รั บ ความเดื อ ดร้ อ นจากการประกาศเขต
อุทยานแห่งชาติ ในปี ๒๕๕๕ เช่น การประกาศเขตอุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก จังหวัดสกลนคร อุทยาน
แห่ ง ชาติ ทุ ่ ง แสลงหลวง จั ง หวั ด พิ ษ ณุ โ ลก การประกาศอุ ท ยานแห่ ง ชาติ แ หลมสน จั ง หวั ด ระนอง
การประกาศอุทยานแห่งชาติป่าพุยาง และป่าพุสามซ้อน จังหวัดราชบุรี เป็นต้น