53
รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำ�ปี ๒๕๕๕
l
l
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองเพชรบุรี พ.ศ. ๒๕๕๕
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองภูเก็ต พ.ศ. ๒๕๕๕
(๒) สถานการณ์ด้านมาตรการและการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ของรัฐ
(๒.๑) การบังคับใช้พระราชก�ำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉกุ เฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘
กฎหมายนี้เ ป็นกฎหมายที่มีบ ทบัญ ญัติป้องกันมิให้มีการฟ้องร้องด�ำเนินคดีต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่อาจ
ท�ำการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมทั้งการทรมาน แต่รัฐบาลยังคงมีแนวโน้มที่จะใช้บทบัญญัติในกฎหมาย
เพื่อควบคุมการใช้สิทธิและเสรีภาพของประชาชนอยู่เสมอ
(๒.๒) แนวความคิดยกเลิกโทษประหารชีวิต การยกเลิกโทษประหารชีวิต เป็นประเด็น
ที่มีการถกเถียงของผู้ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม และแวดวงนักวิชาการอย่างแพร่หลายตลอด
ปี ๒๕๕๕ โดยที่กลุ่มหนึ่งเห็นว่าโทษประหารชีวิตเป็นสิ่งที่ไม่สอดคล้องกับหลักการของสิทธิมนุษยชน
ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งเห็นว่า โทษประหารชีวิตยังจำ�เป็นต่อสังคมไทย สำ�หรับบทบาทของ กสม. นั้น ได้จัดให้
มีการอภิปราย ศึกษา และวิเคราะห์ในเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งจะได้เสนอข้อสรุปและความเห็นต่อรัฐบาลเพื่อ
พิจารณาในโอกาสที่เหมาะสมต่อไป โดยตลอดปี ๒๕๕๕ ไม่ปรากฏว่ามีการประหารชีวิตผู้ต้องขังเกิดขึ้น
และเมื่ อ เดื อ นสิ ง หาคม ๒๕๕๕ มี ก ารลดโทษให้ กั บนักโทษประหารชี วิต ๕๘ คน ให้เ หลือเพี ยงจำ�คุ ก
ตลอดชีวิต อย่างไรก็ตาม ศาลยุติธรรมยังคงมีคำ�พิพากษาให้ลงโทษประหารชีวิตสำ�หรับผู้กระทำ�ผิดตาม
ประมวลกฎหมายอาญาในข้อหาร้ายแรงอยู่
(๒.๓) การจัดตั้งเรือนจำ�ชั่วคราวหลักสี่เพื่อปฏิบัติต่อผู้ต้องขังในคดีอาญาที่เกี่ยวเนื่อง
กั บ ความขัด แย้งทางการเมือ ง สืบเนื่องจากคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อ
การปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ที่เห็นว่า กรณีการกระทำ�ความผิดที่เกิดขึ้นเกิดจากความขัดแย้งทางการเมือง
ให้รัฐบาลจัดหลักประกันในการปล่อยชั่วคราวให้ผู้ต้องหา หากไม่สามารถปล่อยชั่วคราวได้รัฐบาลควร
จัดหาสถานที่ควบคุมที่เหมาะสมที่ไม่ใช่เรือนจำ�ปกติ คณะรัฐมนตรีจึงได้พิจารณาและมีมติ เมื่อวันที่ ๒๕
ตุลาคม ๒๕๕๔ เห็นชอบตามที่ คอป. เสนอ หลังจากนั้น กระทรวงยุติธรรมได้ออกคำ�สั่งจัดตั้งเรือนจำ�
ชั่วคราวหลักสี่ และกำ�หนดหลักเกณฑ์การย้ายผู้ต้องขังในคดีอาญาที่เกี่ยวเนื่องกับความขัดแย้งทางการเมือง
ในเรื่องนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเห็นว่า การมีเรือนจำ�หรือสถานที่ควบคุมอื่นนอกเหนือจาก
เรือนจำ�ปกติ เพื่อใช้ควบคุมผู้ต้องหาหรือจำ�เลยระหว่างการพิจารณาคดี เป็นเรื่องที่สอดคล้องกับหลักการ
สากล แต่สิ่งที่เป็นประเด็นปัญหาสำ�หรับกรณีนี้ คือ การดำ�เนินการของรัฐยังขาดความชัดเจนในหลาย
ประการ เช่น ขอบเขตของคดีทางการเมือง ช่วงเวลาของเหตุการณ์ที่จะใช้เป็นฐานในการพิจารณา เป็นต้น
จึงมอบหมายให้คณะอนุกรรมการปฏิบัติการยุทธศาสตร์ด้านสิทธิในกระบวนการยุติธรรมในคณะกรรมการ
สิทธิมนุษยชนแห่งชาติดำ�เนินการต่อไป
(๒.๔) ปัญหาการซ้อมทรมานผู้ต้องหา/ผู้ต้องขัง การตรวจสอ��ของ กสม. ในรอบปี
๒๕๕๕ ยังปรากฏกรณีร้องเรียนจากผู้ต้องหา/ผู้ต้องขัง ว่าในกระบวนการจับกุมโดยเจ้าหน้าที่ต�ำรวจและ